ดู จำ แล้วนำไปใช้! โซบอสซ์ไล สอนเทคนิคการยิงฟรีคิกให้ เอลเลียตต์ ก่อนยิงโชว์ไปหนึ่งที

โดมินิค โซบอสซ์ไล สอนเทคนิคการยิงฟรีคิกให้ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ทำตาม ก่อนยิงโชว์ไปหนึ่งครั้ง

ดู จำ แล้วนำไปใช้

โดมินิค โซบอสซ์ไล กลายเป็นเจ้าพ่อลูกนิ่งคนใหม่ของพรีเมียร์ลีก หลังฤดูกาลล่าสุดเจ้าตัวซัดไดเร็คฟรีคิกให้ ลิเวอร์พูล ได้ถึง 4 ประตู มากที่สุดต่อหนึ่งฤดูกาล ในรอบ 10 ปี ร่วมกับ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ ที่เคยทำไว้ในฤดูกาล 2020-21 และ 2021-22

เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติฮังการีประเดิมการทำประตูจากฟรีคิกด้วยการซัดลูกไฟใส่ อาร์เซนอล ตั้งแต่เกมที่ 3 ของฤดูกาล พร้อมคว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคม ก่อนจะยิงใส่ บอร์นมัธ, แมนฯ ซิตี้ และปิดท้ายด้วย สเปอร์ส

จากสถิติอันยอดเยี่ยมและประตูสุดสวยที่ฝากเอาไว้ ทำเอากองกลางดาวรุ่งอย่าง ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ที่ฤดูกาลก่อนถูกปล่อยยืมตัวไปอยู่กับ แอสตัน วิลล่า ถึงกับต้องมาขอให้ โซบอสซ์ไล สอนเป็นการส่วนตัวว่าต้องทำยังไงถึงจะยิงเฉียบเหมือนพี่

จากคลิปวิดิโออย่างเป็นทางการของสโมสร โซบอสซ์ไล ก็สอน เอลเลียตต์ ว่าให้ยิงโดยใช้บริเวณข้างเท้าด้านใน ก่อนที่กองกลางรุ่นน้องจะเอามือจับ ๆ ตาม จากนั้น “โซโบ” ก็สาธิตวิธีการยิงแบบชัด ๆ อีกหนึ่งที่ ด้วยการส่งบอลไปนอนจมก้นตาข่ายดังส้วบ!

สำหรับ ลิเวอร์พูล จะลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดถัดไปด้วยการพบกับ เร็กซ์แฮม ในเช้าวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม เวลา 06.30 น.

มาร์ติเนซ อธิบายทำไมแข้งอาร์เจนตินาหันหลังให้นักเตะสเปนตอนชูถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก

ปราการหลังฟ้าขาวของปีศาจแดงออกมาอธิบายเหตุผลว่าทำไมเขาและเพื่อนร่วมทีมถึงหันหลังให้นักเตะกระทิงดุที่กำลังฉลองแชมป์ฟุตบอลโลก 2026

ทำไม อาร์เจนตินา หันหลังให้ สเปน?

แม้จะผ่านมาสักพักหนึ่งแล้วสำหรับฟุตบอลโลก 2026 แต่ก็ยังมีควันหลงและหลายประเด็นจากทัวร์นาเมนต์นี้ให้แฟน ๆ และสื่อติดตามกันอย่างต่อเนื่อง

โดยหนึ่งในเรื่องที่หลาย ๆ คนต่างให้ความสงสัยก็คือในช่วงที่สเปนชูถ้วยและฉลองแชมป์สมัยที่สอง ทำไมเหล่านักเตะของทีมชาติอาร์เจนตินาถึงยืนหันหลังให้ ไม่ได้หันหน้ามาชมหรือแสดงความยินดี

ลิซานโดร มาร์ติเนซ แนวรับฟ้าขาวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นนักเตะที่ได้ออกมาตอบถึงประเด็นตรงนี้แล้วว่าทำไมเขาและเพื่อนร่วมทีมถึงหันหลังให้นักเตะสเปนในตอนนั้น

ปราการหลังวัย 28 ปี ให้เหตุผลเรื่องนี้เอาไว้ว่าในตอนนั้นที่เขาและนักเตะอาร์เจนตินาไม่ได้หันหน้าไปยินดีกับสเปนก็เพราะว่าแฟน ๆ ที่ตามมาเชียร์ในสนามกำลังร้องเพลงให้กำลังใจพวกเขาอยู่บนอัฒจันทร์ ทำให้พวกเขาต้องหันหน้ารับกับแฟน ๆ แทน

“เราให้ความเคารพคู่แข่งมาโดยตลอด” มาร์ติเนซ กล่าว

“มีคนพูดกันอีกว่า หลังจบเกมนัดชิงชนะเลิศ พวกเราไม่ได้แสดงความยินดีกับทีมชาติสเปน แต่ความจริงคือ พวกเราเดินไปทักทายนักเตะทุกคนแล้ว รวมถึงทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทั้งหมด และเราก็อยู่ตรงนั้น”

“ส่วนภาพที่หลายคนเห็นว่าพวกเราหันหลังให้สเปน จริง ๆ แล้วเป็นช่วงที่แฟนบอลของเรากำลังร้องเพลงให้พวกเราใช่ไหม ดังนั้นมันจึงเป็นการแสดงความเคารพต่อแฟนบอลของเราเช่นกัน ด้วยการอยู่ตรงนั้นในช่วงเวลาที่เราควรอยู่กับพวกเขา”

ริชาร์ลิซอน อยากทำเท่พาเพื่อนร่วมทีมสเปอร์สลงวอร์มแบบเมสซี สุดท้ายโดนปล่อยเหงาไปคนเดียว

กองหน้าบราซิลของทีมไก่เดือยทองอยากทำเท่แบบ เมสซี พาเพื่อนร่วมทีมลงวอร์มในบอลโลก แต่สุดท้ายโดนปล่อยเหงาให้ไปคนเดียวซะงั้น

ออร่าติดลบ

ในช่วงฟุตบอลโลก 2026 ที่ผ่านมา เชื่อว่าใครที่ได้ดูเกมหรือไถฟีดโซเชียลก็น่าจะได้เห็นคลิป ลิโอเนล เมสซี แข้งจอมเก๋าของอาร์เจนตินาเดินนำพาเพื่อนลงวอร์มพร้อมกับใส่เพลงเท่ ๆ กันมาบ้างไม่มากก็น้อย

เพราะว่าเหตุการณ์ตรงนั้นพร้อมกับเพลงที่ถูกใส่เข้ามามันยิ่งส่งให้ออร่าความเป็นผู้นำของ เมสซี ฉายขึ้นแบบสุดขีดจนกลายเป็นช็อตเท่ ๆ แบบที่ทีมอื่นไม่สามารถที่จะเลียนแบบได้

ล่าสุด ริชาร์ลิซอน กองหน้าบราซิลของ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่ไม่ได้มีมีชื่อติดทีมไปลุยบอลโลกก็อยากจะเอากับเขาบ้าง ลองทำทรงเดินนำเพื่อนลงวอร์มในเกมอุ่นเครื่องกับ ออกแลนด์ ซิตี้

แต่สุดท้ายเพื่อนร่วมทีมไก่เดือยทองไม่เอาด้วย ปล่อยให้ ริชาร์ลิซอน วิ่งลงไปวอร์มเหงา ๆ คนเดียวก่อนที่จะเดินตามออกไปช้า ๆ เรียกได้ว่าแกงเพื่อนกันเองสุด ๆ จังหวะนี้ 😅

สำหรับเกมการแข่งขันอุ่นเครื่องปรีซีซั่นระหว่าง ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ กับ ออกแลนด์ ซิตี้ เป็นฝั่งของไก่เดือยทองที่แม้จะมีผู้เล่นหลักยังไม่ครบแต่ก็ยังเอาชนะเกมนี้ไปได้ 2-0

LIVE : ดูบอลสด ลิเวอร์พูล พบ ซันเดอร์แลนด์ ฟุตบอลอุ่นเครื่องปรีซีซั่น เวลา 05.00 น.

ดูบอลสด โปรแกรมถ่ายทอดสด ฟุตบอลอุ่นเครื่องปรีซีซั่น ลิเวอร์พูล พบ ซันเดอร์แลนด์ วิเคราะห์บอล สถิติน่าสนใจ พร้อม 11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาด

ลิเวอร์พูล พบ ซันเดอร์แลนด์
วันที่ 26 กรกฎาคม 2026 เวลา 05.00 น.
ถ่ายทอดสดทาง LFCTV

ความพร้อมก่อนเกม
ลิเวอร์พูล จะไม่มีผู้เล่นชุดใหญ่อย่าง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ วิคตอร์ มูนญอซ ที่เพิ่งผ่านศึกฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ ขณะที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, อลิสซอน เบ็คเกอร์, โคดี กักโป, อเล็กซานเดอร์ อิซัค, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ยังไม่ร่วมทัวร์สหรัฐฯ ส่วน อูโก เอกีตีเก, วาตารุ เอ็นโด, คอเนอร์ แบรดลีย์ และ จิโอวานนี เลโอนี ยังอยู่ระหว่างพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ จอร์จี มามาร์ดาชวิลี มีลุ้นเฝ้าเสา โดย โจ โกเมซ จะจับคู่กับ เจเรมี ฌักเกต์ ในแนวรับ และแนวรุกนำโดย ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์, โดมินิก โซบอสซ์ไล, ริโอ เอ็นกูโมฮา และ วิล ไรต์

ด้าน ซันเดอร์แลนด์ จะไม่มี กรานิต ชากา, เชมส์ดีน ทัลบี, โอมาร์ อัลเดเรเต และ โธมัส มูนิเยร์ ที่ยังไม่กลับมาจากภารกิจฟุตบอลโลก เช่นเดียวกับ ไบรอัน บร็อบบีย์, นิลสัน อังกูโล, ฮาบิบ ดิยาร์รา, โรบิน โรฟส์, ซิมง อาดิงกรา, อาร์ตูร์ มาซูอากู และ โนอาห์ ซาดิกี ที่จะเดินทางมาสมทบทีมภายหลัง นอกจากนี้ โจเซลิน ตา บี ยังพลาดเดินทางเข้าสหรัฐฯ หลังไม่ได้รับวีซ่า แม้สโมสรจะยื่นอุทธรณ์แล้วก็ตาม

ดูบอลสด ฟุตบอลวันนี้ : โปรแกรมถ่ายทอดสด พรีเมียร์ลีก, ไทยลีก, ทีมชาติไทย, และอื่นๆ

ผลฟุตบอลอุ่นเครื่องปรีซีซั่น ลิเวอร์พูล 4-2 ซันเดอร์แลนด์
ผู้ตัดสินเป่านกหวีดเริ่มเกมการแข่งขันในครึ่งเวลาแรก เป็นทางฝั่งทัพ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ ที่ได้สิทธิ์เขี่ยบอลเริ่มเล่นก่อน ทว่าเริ่มเกมมาได้ไม่ถึง 10 นาที แฟนบอลทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ต้องเจอข่าวร้ายเมื่อ โจ โกเมซ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามไปตั้งแต่ต้นเกม

อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 13 GOAL! สาวกหงส์แดงได้เฮกันลั่นสนามขยับออกนำ 1-0 จากจังหวะความสามารถเฉพาะตัวของ คีแรน มอร์ริสัน ที่ใช้ความเร็วลากเลื้อยจี้เข้ากรอบเขตโทษ ก่อนบรรจงปั่นด้วยซ้ายส่งบอลโค้งเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม ทว่านาทีที่ 28 GOAL! ซันเดอร์แลนด์มาได้ประตูตามตีเสมอเป็น 1-1 จากการยิงของ เอนโซ่ เลอ ฟี เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 41 ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกมชั่วคราวให้ผู้เล่นทั้งสองทีมได้พักดื่มน้ำชาร์จพลังงาน (Cooling Break) ก่อนจะกลับลงมาสู้กันต่อและจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 1-1

ครึ่งเวลาหลัง
กลับมาสู้กันต่อในนาทีที่ 46 เริ่มเกมครึ่งเวลาหลัง ทั้งสองทีมปรับทัพลงมาบดกันต่อ ทว่าเริ่มครึ่งหลังได้เพียง 3 นาที GOAL! นาทีที่ 49 ซันเดอร์แลนด์ทำช็อกแฟนหงส์แดงพลิกขึ้นนำเป็น 2-1 จากจังหวะจบสกอร์ของ ทิมูร์ ตูติเอรอฟ

หลังเสียประตู ลิเวอร์พูลเดินหน้าเปิดเกมรุกบุกหนักทันที และในนาทีที่ 56 GOAL! พลพรรคหงส์แดงมาตามตีเสมอเป็น 2-2 ได้สำเร็จจากการยิงของ โดมินิค โซโบสไล เกมเปิดหน้าแลกกันสนุกจนกระทั่งนาทีที่ 72 GOAL! ลิเวอร์พูลมาได้ประตูพลิกแซงขึ้นนำอีกครั้งเป็น 3-2 จากความเด็ดขาดของ เฟเดริโก้ คิเอซ่า

เข้าสู่ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูลยังคงครองเกมบุกกดดันได้ดีกว่า จนในนาทีที่ 88 GOAL! ทัพหงส์แดงมาได้ประตูฝังชัยหนีห่างเป็น 4-2 จากการยิงของ ลูอิส คูมาส สิ้นเสียงนกหวีดยาวจากผู้ตัดสิน ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มเกมรุกสุดดุเดือดรัวแซงเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ ไปได้อย่างสนุก 4-2 ในเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่น

11 ตัวจริงที่คาดของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : จอร์จี มามาร์ดาชวิลี – คัลวิน แรมซีย์, โจ โกเมซ, เจเรมี ฌักเกต์, มิลอส เคอร์เคซ – เทรย์ นีโอนี, เคอร์ติส โจนส์ – โดมินิก โซบอสซ์ไล, ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์, ริโอ เอ็นกูโมฮา – วิล ไรต์

ซันเดอร์แลนด์ (4-2-3-1) : ซิมอน เอลล์บอร์ก – นอร์ดี มูกีเล, ลุค โอเนียน, เทร ฮูม, ไรนิลโด – อลัน บราวน์, คริส ริกก์ – แซ็ก สก็อตต์, เอนโซ เลอ ฟี, อิลยา ตูตีเยรอฟ – โอกุนซูยี

ผลงานในการพบกันของทั้งสองทีม
21 มีนาคม 2023 : ลิเวอร์พูล 1-0 ซันเดอร์แลนด์ (พรีเมียร์ลีก)

10 สิงหาคม 2022 : ซันเดอร์แลนด์ 1-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)

2 มกราคม 2017 : ซันเดอร์แลนด์ 2-2 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)

26 พฤศจิกายน 2016 : ลิเวอร์พูล 2-0 ซันเดอร์แลนด์ (พรีเมียร์ลีก)

6 กุมภาพันธ์ 2016 : ซันเดอร์แลนด์ 2-2 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)

สเปอร์ส ในหัวใจ : ทอม ฮอลแลนด์ เล่าแอบดูนัดชิงยูโรป้า ระหว่างถ่ายหนัง The Odyssey

เป็นที่ทราบกันดีว่า ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ เอ้ย! ทอม ฮอลแลนด์ นักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษ เป็นแฟนตัวยงของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรฟุตบอลชื่อดังละแวกบ้านเกิด

อย่างไรก็ตาม นัดชิงชนะเลิศยูโรป้าลีกที่ สเปอร์ส พบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาต้องดูมันอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เนื่องจาก “สเด็จพ่อโนแลน” ไม่อนุญาตให้นักแสดงใช้โทรศัพท์ระหว่างเข้าฉาก

เรื่องราวในวันนั้นเป็นอย่างไรบ้าง และ ทอม ฮอลแลนด์ รู้สึกอย่างไรที่ทีมรักของเขาคว้าแชมป์แรกในรอบ 17 ปี? ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่นี่

สเปอร์ส ในหัวใจ

ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทอม ฮอลแลนด์ ติดภารกิจถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน อย่าง “The Odyssey” ที่มีนักแสดงชื่อดังอย่าง แมตต์ เดมอน และ แอนน์ แฮทธาเวย์ ร่วมแสดงด้วย

ซึ่งในช่วงที่ภาพยนตร์อยู่ในกระบวนการถ่ายทำ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ สเปอร์ส ทีมรักของ ทอม ฮอลแลนด์ เข้าชิงชนะเลิศยูโรป้าลีก กับ แมนฯ ยูไนเต็ด พอดิบพอดี และเป็นที่แน่นอนว่านักแสดงเจ้าบทบาทวัย 29 ปี ก็ไม่อยากพลาดเกมนี้ด้วยประการทั้งปวง

แต่อย่างไรก็ตาม กฎการทำงานกับ “สเด็จพ่อโนแลน” คือนักแสดงทุกคนถูกสั่งห้ามให้พกโทรศัพท์ติดตัว นั่นจึงทำให้ ทอม ฮอลแลนด์ ต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยการยืมโทรศัพท์ของทีมงานเพื่อดูเกมนี้ ก่อนที่สุดท้ายทีมรักของเขาจะเป็นฝ่ายที่สมหวัง

จากยอดแข้งสู่ยอดโค้ช : เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กับสถานะตำนานแห่งศึกชิงแชมป์อาเซียน

มีไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ของศึกชิงแชมป์อาเซียน หรือ ASEAN Hyundai Cup™ 2026 ที่จะมีชื่อผูกพันกับรายการนี้มากเท่ากับ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

ตั้งแต่การยิงประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศครั้งแรกของการแข่งขันเมื่อปี 1996 ไปจนถึงการพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนเมื่อปี 2014 และ 2016

ทำให้ “ซิโก้” คือหนึ่งในบุคคลสำคัญของยุคทองฟุตบอลไทยในรายการที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาเซียน

จากยอดแข้งสู่ยอดโค้ช

ตลอดเส้นทางทั้งในฐานะนักเตะและโค้ช เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มีส่วนร่วมกับแชมป์อาเซียนของไทยถึง 5 จาก 7 สมัย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของการแข่งขัน ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในบุคคลระดับตำนานของวงการฟุตบอลภูมิภาค

ภาพที่แฟนบอลจดจำได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้นจังหวะในรอบชิงชนะเลิศครั้งแรกเมื่อปี 1996 ที่เจ้าตัวซัดประตูผ่านมือ ไครุล อัซมาน โมฮาเหม็ด ผู้รักษาประตูทีมชาติมาเลเซีย ก่อนจะฉลองด้วยท่าตีลังกาอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพจำตลอดกาลของรายการนี้

ในเวลานั้น เกียรติศักดิ์ มีอายุเพียง 23 ปี และการแข่งขันครั้งแรกของศึกชิงแชมป์อาเซียนถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งให้กองหน้าดาวรุ่งรายนี้ก้าวขึ้นสู่เวทีระดับนานาชาติอย่างเต็มตัว

ธวัชชัย สัจจกุล ผู้จัดการทีมชาติไทยในชุดแชมป์ปี 1996 กล่าวถึงอดีตลูกทีมรายนี้ว่า

“เขาคือนักฟุตบอลไทยที่ดีที่สุดในยุคสมัยใหม่”

การขาดหายไปของ “ซิโก้” ในศึกปี 1998 ส่งผลอย่างชัดเจน เมื่อทีมชาติไทยเสียแชมป์ให้กับ สิงคโปร์ แต่การกลับมาของเขาในทัวร์นาเมนต์ปี 2000 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ทัพช้างศึกกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง

ซิโก้ ทำประตูได้ในรอบแบ่งกลุ่มทุกนัดที่พบกับ เมียนมา, อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ ก่อนยิงประตูแรกในเกมชนะ มาเลเซีย 2-0 .ในรอบรองชนะเลิศ พาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

แม้ “โค้ชโย่ง” วรวุฒิ ศรีมะฆะ จะเป็นผู้ขโมยซีนด้วยการทำแฮตทริกในรอบชิงชนะเลิศที่ชนะ อินโดนีเซีย 4-1 แต่บทบาทของ เกียรติศักดิ์ ทั้งการทำประตูและสร้างสรรค์เกมตลอดทัวร์นาเมนต์ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง

ผลงานดังกล่าวส่งให้เขาคว้ารางวัล ผู้เล่น MVP  ของการแข่งขัน และอีก 2 ปีต่อมา เขายังคงเป็นกำลังหลักในการพาทัพ “ช้างศึก” ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ วิธ 

แฮตทริกในเกมถล่ม ลาว 5-0 นัดเปิดสนามรอบแบ่งกลุ่ม เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของเขาที่มีต่อทีม ก่อนที่ไทยจะเอาชนะ อินโดนีเซีย ในการดวลจุดโทษรอบชิงชนะเลิศ

เกียรติศักดิ์ ยังได้รองแชมป์อีกครั้งในปี 2007 ก่อนจะหันไปเอาดีในเส้นทางผู้ฝึกสอน ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้ช่วงที่เป็นนักเตะ

หลังจากเป็นกำลังสำคัญในสนามเขากลับมารับภารกิจสำคัญในการฟื้นคืนชีพทีมชาติไทยอีกครั้ง หลังเผชิญกับความผิดหวังและการพลาดแชมป์ติดต่อกันนานนับ 10 ปี

แชมป์อาเซียนปี 2004 เป็นความสำเร็จครั้งล่าสุดของ ไทย ก่อนที่ เกียรติศักดิ์ จะเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนในปี 2014 และพาทีมคว้าแชมป์ได้ทันที ด้วยชัยชนะเหนือ มาเลเซีย ด้วยสกอร์รวม 4-3 ในรอบชิงชนะเลิศ

2 ปีต่อมา ไทย ป้องกันแชมป์ได้อีกครั้ง หลังเอาชนะ อินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ส่งผลให้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองตอกย้ำสถานะของตัวเองในฐานะหนึ่งในบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยและการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียน

สำหรับศึก ASEAN Hyundai Cup™ 2026 ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1996 จะกลับมาจัดการแข่งขันอีกครั้งระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 26 สิงหาคม 2026 พร้อมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่

ตลาดนักเตะสเปอร์ส : ข่าวซื้อขาย, การย้ายทีม อัปเดตล่าสุด

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่ได้ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ มากู้วิกฤติช่วงโค้งสุดท้าย รอดตกชั้นแบบหวุดหวิด หลังต้องลุ้นจนถึงนัดสุดท้าย ทำให้ตลาดรอบนี้พวกเขาต้องเสริมทัพให้ดีกว่าเดิม

โดยพวกเขาเสริมทัพแบบบ่าระห่ำ โดยเฉพาะ 2 บิ๊กดีลแดนกลางอย่าง มาเตอุส เฟอร์นานเดส และ ซานโดร โตนาลี ที่ค่าตัวรวมกันเกือบ 200 ล้านปอนด์

เพื่อไม่ให้พลาดความเคลื่อนไหว ติดตามข่าวซื้อขาย และการย้ายทีมของผู้เล่น ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ประจำตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2026 ได้ทาง The Sporting News Thailand

อัปเดตตลาดซื้อขายนักเตะสเปอร์ส ฤดูกาล 2026-27

สเปอร์ส 

เข้า

  • แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (ลิเวอร์พูล)
  • มาร์กอส เซเนเซี (บอร์นมัธ)
  • ยาน พอล ฟาน เฮคเค่อ (ไบรท์ตัน)
  • มาร์ติน ดูบราฟกา (เบิร์นลีย์)
  • มาเตอุส เฟอร์นานเดส (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)
  • ซานโดร โตนาลี (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด)
  • โคล แรมซีย์ (แอสตัน วิลล่า)

ออก

  • อีฟส์ บิสซูม่า
  • อเลโฆ เบลิซ (บาเฮีย)
  • ลูก้า กันเตอร์ (บอร์แฮมวู้ด) *ยืมตัว
  • อัลฟี เดอไวน์ (เปรสตัน นอร์ธ เอนด์)
  • ยูซุฟ อัคฮัมริช (เลย์ตัน โอเรียนต์) *ยืมตัว
  • ลูก้า วูสโควิช (ไบรท์ตัน)
  • ราดู ดรากูชิน (ฟิออเรนตินา) *ยืมตัว
  • ไทแนน ธอมป์สัน (แมนฯ ยูไนเต็ด)
  • เอไลจาห์ อัปสัน (อาร์เซนอล)

อัปเดตตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2026-27

ศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025-26 จบไปอย่างเป็นทางการ โดยแชมป์ตกเป็นของ อาร์เซนอล และในตอนนี้ก็ถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือตลาดซื้อขายนักเตะประจำซัมเมอร์ ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 1 กันยายน 2026

ทีมรักของคุณได้ใคร และปล่อยใครออกไปบ้าง? ติดตามการอัปเดตตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026-27 ประจำตลาดซัมเมอร์ได้ที่นี่

อัปเดตตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2026-27

ลิเวอร์พูล

เข้า

  • เฌเรมี ฌาคเกต์ (แรนส์)
  • วิคตอร์ มูญอซ (โอซาซูนา)

ออก

  • โมฮาเหม็ด ซาลาห์
  • แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (สเปอร์ส)
  • อิบราฮิมา โกนาเต้ (เรอัล มาดริด)
  • รีส วิลเลียมส์ 
  • คารีม อาเหม็ด
  • เอ็มมานูเอล ไอโรโบมา
  • เจมส์ บาลากิซี
  • ดีเจ เบอร์นาร์ด
  • จอช ดาวินสัน
  • โอ๊คลีย์ คันโนเนียร์
  • เทเรนซ์ ไมลส์
  • จาคอบ พอยเทรส
  • ลูก้า สตีเฟนสัน (โบลตัน วันเดอเรอร์ส)
  • คาร์เตอร์ พินนิงตัน (เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน)

แมนฯ ยูไนเต็ด 

เข้า

  • มาร์คัส แรชฟอร์ด *กลับจากยืมตัว
  • โทบี้ คอลลีเยอร์ *กลับจากยืมตัว
  • อังเดรย์ ซานโตส (เชลซี)
  • คาร์ล ดาร์โลว์ (ลีดส์ ยูไนเต็ด)
  • ยูริ ตีเลอมันส์ (แอสตัน วิลล่า)
  • ไทแนน ธอมป์สัน (สเปอร์ส)

ออก

  • คาเซมิโร
  • ไทเรลล์ มาลาเซีย
  • เจดอน ซานโช
  • ราสมุส ฮอยลุนด์ (นาโปลี) *ซื้อขาด
  • อังเดร โอนาน่า (แทร็บซอนสปอร์) *ยืมตัว

แมนฯ ซิตี้

เข้า

  • เอลเลียต แอนเดอร์สัน (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์)
  • เพียร์ซ ชาร์ลส์ (เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์)
  • เจเรมี มองกา (เลสเตอร์ ซิตี้)

ออก

  • แบร์นาโด ซิลวา (เรอัล มาดริด)
  • จอห์น สโตนส์
  • โอลิเวอร์ แวทมัฟฟ์ (สต็อคพอร์ท เคาน์ตี) *ยืมตัว
  • ไอแซค สมิธ (บาร์นส์ลีย์)
  • นาธาน อาเก้ (เฟเนร์บาห์เช่)
  • จาห์ไม ซิมป์สัน-พูซีย์ (โคโลญจน์) *ซื้อขาด
  • โทมัส แกลเวซ (โก อเฮ้ด อีเกิลส์)
  • เพียร์ซ ชาร์ลส์ (ควีน พาร์ค เรนเจอร์ส) *ยืมตัว
  • สแวร์ นีปัน (ลอมเมล) *ยืมตัว
  • เรแกน เฮสกีย์ (โคโลญจน์)

อาร์เซนอล

เข้า

  • รีสส์ เนลสัน *กลับจากยืมตัว
  • ปิเอโร อินคาปิเอ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน) *ซื้อขาด 
  • อิลลัน เมสลิเย่ร์ (ลีดส์ ยูไนเต็ด)

ออก

  • ยาคุบ คิวิออร์ (ปอร์โต้) *ซื้อขาด
  • คาร์ล ไฮน์ (แวร์เดอร์ เบรเมน) *ซื้อขาด
  • จอช นิโคลส์
  • อเล็กเซย์ โรฆาส
  • ซามูเอล โอนเยกาชุกวู
  • วิล แลนนิน-สวีท
  • แคมรอน อิสมาอิล 
  • เซบ เฟอร์ดินานด์
  • แฮร์ริสัน ดูดเซียก
  • แซม แชปแมน
  • เลอันโดร ทรอสซาร์ (เบซิคตัส)

เชลซี

เข้า

  • มาร์โก ปาเลสตรา (อตาลันต้า)
  • โจวานนี่ เควนด้า (สปอร์ติ้ง ลิสบอน)

ออก

  • มาร์ค คูคูเรญา (เรอัล มาดริด)
  • จิมมี-เจย์ มอร์แกน (เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน)
  • ไทริก จอร์จ (เอฟเวอร์ตัน) *ซื้อขาด
  • แฮร์ริสัน เมอร์เรย์-แคมป์เบลล์ (เควี คอร์ไทรจ์) *ยืมตัว
  • อังเดรย์ ซานโตส (แมนฯ ยูไนเต็ด)
  • เจสซี่ เดอร์รี (สปอร์ติ้ง ลิสบอน) *ยืมตัว
  • คริสโตเฟอร์ อาเธอร์ตัน (อิปสวิช ทาวน์) 

สเปอร์ส 

เข้า

  • แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (ลิเวอร์พูล)
  • มาร์กอส เซเนเซี (บอร์นมัธ)
  • ยาน พอล ฟาน เฮคเค่อ (ไบรท์ตัน)
  • มาร์ติน ดูบราฟกา (เบิร์นลีย์)
  • มาเตอุส เฟอร์นานเดส (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)
  • ซานโดร โตนาลี (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด)
  • โคล แรมซีย์ (แอสตัน วิลล่า)

ออก

  • อีฟส์ บิสซูม่า
  • อเลโฆ เบลิซ (บาเฮีย)
  • ลูก้า กันเตอร์ (บอร์แฮมวู้ด) *ยืมตัว
  • อัลฟี เดอไวน์ (เปรสตัน นอร์ธ เอนด์)
  • ยูซุฟ อัคฮัมริช (เลย์ตัน โอเรียนต์) *ยืมตัว
  • ลูก้า วูสโควิช (ไบรท์ตัน)
  • ราดู ดรากูชิน (ฟิออเรนตินา) *ยืมตัว
  • ไทแนน ธอมป์สัน (แมนฯ ยูไนเต็ด)

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

เข้า

  • อีเวน เจาเวิน (แร็งส์)
  • บาซูมานา ตูเร (ฮอฟเฟนไฮม์)
  • ฌอน สเตอร์ (อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม)

ออก

  • แอนโธนี่ กอร์ดอน (บาร์เซโลนา)
  • คีแรน ทริปเปียร์ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)
  • ทราวิส เฮอร์เนส (โกรนิงเกน) *ซื้อขาด
  • เอมิล คราฟต์
  • จอห์น รัดดี
  • แม็กซ์ ทอมป์สัน
  • แมตต์ ทาร์เกตต์
  • ทราวิส เฮอร์เนส
  • แอรอน แรมส์เดล *หมดสัญญายืมตัว
  • โอดิสเซอัส วลาโฮดิมอส (เซบียา) *ซื้อขาด
  • อันโตนิโอ คอร์เดโร (กาดิซ) *ยืมตัว
  • แฮร์ริสัน แอชบี้ (ลูตัน ทาวน์) *ยืมตัว
  • คาร์ล ดาร์โลว์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)

แอสตัน วิลล่า

เข้า

  • โมดู เคบา ซีเซ (แอลเอเอสเค ลินซ์)
  • โยฮัน มันซัมบี (ไฟร์บวร์ก)
  • เจา โกเมส (วูล์ฟแฮมป์ตัน)

ออก

  • ซิล สวินเกลส์ (เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์)
  • คาแดน ยัง (เอฟซี อานซี) *ยืมตัว
  • หลุยส์ แบร์รี (เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์)
  • โคล แรมซีย์ (สเปอร์ส)
  • ลูอิส ด็อบบิน (เซาแธมป์ตัน)
  • ยูริ ตีเลอมันส์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)
  • อันเดรส การ์เซีย (เกตาเฟ่) *ยืมตัว
  • เยมาร์ มอสเกรา (วิคตอเรีย กิมาไรส์)

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

เข้า

–

ออก

  • สเตฟาน ออร์เทก้า
  • แองกัส กันน์ 
  • วิลลี่ โบลี
  • เอลเลียต แอนเดอร์สัน (แมนฯ ซิตี้)

บอร์นมัธ

เข้า

  • อัลบาโร โรดริเกซ (เอลเช่)

ออก

  • มาร์กอส เซเนซี (สเปอร์ส)
  • ไมเคิล ดาคอสต้า กอนซาเลซ (โมไรเรนเซ่)
  • ฮาเหม็ด ตราโอเร่ (โอลิมปิก มาร์กเซย์) *ซื้อขาด
  • ลุยส์ ซินิสเตร์รา (ครูไซโร) *ซื้อขาด
  • โรแม็ง แฟฟวร์ (โอแซร์) *ซื้อขาด
  • โอเวน เบวาน (ดันดี ยูไนเต็ด)
  • อเล็กซ์ พอลเซน (มาเธอร์เวลล์)
  • อเล็กซ์ ฆิเมเนซ (ฟิออเรนตินา) * ยืมตัว

ฟูแล่ม 

เข้า

  • โจน่าห์ คูซี่-อาแซร์ (บาเยิร์น มิวนิค)

ออก

  • ราอูล ฆิเมเนซ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)
  • สตีเวน เบนดา
  • เดวาน ตันตัน
  • โอลิ กอฟฟอร์ด
  • แบรดลีย์ เด เฆซุส
  • โจเซฟ วอลเตอร์ส
  • ชาร์ลี โรบินสัน
  • คัลลัม คลิฟ
  • ทอม วินเกต
  • มาร์เซล ฮอลล์
  • รูบาน ข่าน
  • โอลิเวอร์ เมเยอร์
  • ฮาร์เล่ย์ พลาเทล
  • ควินน์ ชูตเตอร์
  • ออลลี่ แซนเดอร์สัน (สตีฟเนจ)
  • แฮร์รี วิลสัน (ลีดส์ ยูไนเต็ด)

ไบรท์ตัน 

เข้า

  • ซาด็อก โยฮันนา (เอไอเค โซลน่า)
  • คอสตินญ่า (โอลิมเปียกอส)
  • ปาสกาล สเตราจ์ (ลีดส์ ยูไนเต็ด)
  • โรดริโก เรโก (เบนฟิก้า)
  • ไมเคิล สโวโบดา (เวเนเซีย)
  • ลูก้า วูสโควิช (สเปอร์ส)

ออก

  • เจมส์ มิลเนอร์ (แขวนสตั๊ด)
  • ซอลลี่ มาร์ช
  • อดัม เว็บสเตอร์
  • โจเอลท์ เวลมัน
  • ยาน พอล ฟาน เฮคเค่อ (สเปอร์ส)
  • เจเรมี ซาร์เมียนโต (มิดเดิลสโบรห์) *ซื้อขาด
  • ยุน โด-ยัง (มัลเดเบิร์ก) *ยืมตัว
  • บรายาน กรูดา (แอร์เบ ไลป์ซิก) *ยืมตัว
  • ดีเอโก้ คอปโปลา (ปารีส เอฟซี)

เบรนท์ฟอร์ด

เข้า

  • ยานนิค ชูสเตอร์ (เรดบูลล์ ซัลบูร์ก)
  • ไจดอน แอนโทนี (เบิร์นลีย์)
  • คัลลัม วิลสัน (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)

ออก

  • รีสส์ เนลสัน *หมดสัญญายืมตัว
  • ไรอัน เทรวิตต์
  • แฟรงค์ ออนเยก้า (โคเวนทรี ซิตี้) *ซื้อขาด
  • อีธาน ไบรเออร์ลีย์ (ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์)
  • ไมเคิล โอลาคิเบ (ดับเบิลยูเอสจี วัทเทนส์) *ยืมตัว
  • โรเมลล์ โดโนแวน (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด) *ยืมตัว

คริสตัล พาเลซ

เข้า

  • ออสการ์ มิงเกซา (เซลต้า บีโก้)

ออก

–

เอฟเวอร์ตัน 

เข้า

  • เมอร์ลิน โรห์ล (ไฟร์บวร์ก) *ซื้อขาด
  • เฮย์เดน แฮคนีย์ (มิเดิลสโบรห์)
  • ไทริก จอร์จ (เชลซี) *ซื้อขาด

ออก

  • เชมุส โคลแมน
  • อิดริสซา กาน่า เกย์
  • ไอแซก ฮีธ (แคมบริดจ์ ยูไนเต็ด)

ลีดส์ ยูไนเต็ด

เข้า

  • โจ เกลฮาร์ด *กลับจากยืมตัว
  • แฮร์รี วิลสัน (ฟูแล่ม)
  • ทาลิค มูฮาเรโมวิช (ฮอฟเฟนไฮม์)

ออก

  • อิลลัน เมสลิเยร์
  • แซม ไบรอัม
  • ปาสกาล สเตราจ์ (ไบรท์ตัน)
  • แฮร์รี่ เกรย์ (เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์) *ยืมตัว
  • อิลลัน เมสลิเย่ร์ (อาร์เซนอล)
  • ไอแซก ชมิดต์ (ยัง บอยส์)

ซันเดอร์แลนด์

เข้า

  • โธมัส มูนิเยร์ (ลีลล์)

ออก

  • เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่
  • เดนนิส เซอร์คิน
  • แฮร์ริสัน โจนส์ (ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด)
  • มิลาน อเล็คซิช (ปาร์ติซาน เบลเกรด) *ยืมตัว
  • แซค จอห์นสัน (ยอร์ค ซิตี้)
  • เอลีเซอร์ มาเยนดา (แรนส์)

โคเวนทรี ซิตี้

เข้า

  • แฟรงค์ ออนเยก้า (เบรนท์ฟอร์ด) *ซื้อขาด
  • ลูม ชาอูนา (เบิร์นลีย์)
  • ออเรล อเมนดา (ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต)

ออก

  • เจมี่ อัลเลน 
  • ไอแซก มัวร์ (วอร์ซอลล์) *ยืมตัว

อิปสวิช ทาวน์

เข้า

  • ชูบา อัคปอม (อาแจ็กซ์ อัมเตอร์สดัม) *ซื้อขาด
  • เซดริค คิเปร (แร็งส์) *ซื้อขาด
  • เอเมอร์สัน (ตูลูส)
  • คริสโตเฟอร์ อาเธอร์ตัน (เชลซี)

ออก

  • แอชลีย์ ยัง (แขวนสตั๊ด)
  • อริยาเนต์ มูริช (ซาสซูโอโล)
  • ลีออน อายินด์ (ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส)
  • คอเนอร์ แชปลิน (เลสเตอร์ ซิตี้)
  • เซียรัน สลิกเกอร์ (บาร์นส์ลีย์)

ฮัลล์ ซิตี้

เข้า

  • แจ็ก บัตแลนด์ (เรนเจอร์ส)
  • เบน โรบินสัน 

ออก

  • โจ เกลฮาร์ด *หมดสัญญายืมตัว
  • อามีร์ ฮัดเซียห์เมโทวิช *หมดสัญญายืมตัว
  • โทบี้ คอลลีเยอร์ *หมดสัญญายืมตัว
  • ยู ฮิราคาวะ *หมดสัญญายืมตัว
  • แฮร์รี่ วอห์น
  • โนอาห์ วาดส์เวิร์ธ
  • ร็อคโค คอยล์
  • ฟาร์เรลล์ บราวน์
  • คัลลัม แยม
  • แฮร์รี่ เรวิลล์
  • เจา เมนเดส
  • แซมมี่ เฮเนีย-คาเมา
  • เจค ฮอปเปอร์
  • เคย์เดน โคล
  • ออสการ์ กรูสซ์คอฟสกี
  • รอรี่ ลีช
  • แจ็ค โทพลีย์ 
  • อากินโลลู ฟาเมโว (โบลตัน วันเดอเรอร์ส)
  • ไอวอร์ พานเดอร์ (เรนเจอร์ส)
  • ไอดอน เชฮู (พานาธิไนกอส)
  • เจมส์ เดเบโย (สวินดอน ทาวน์) *ยืมตัว
  • เคซีย์ พาลเมอร์ (ลูตัน ทาวน์)
  • ไคล์ โจเซฟ (มิดเดิลสโบรห์)

“ผมไม่อยากติดคุก” อิเกลเซียส ยอมรับคงต้องจับมือ ทรัมป์ หากต้องเจอกันหลังนัดชิงบอลโลก

บอร์ฆา อิเกลเซียส กองหน้าทีมชาติสเปน ยอมรับว่าเขาคงต้องจับมือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ หากมีโอกาสได้พบกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ แม้เจ้าตัวจะรู้สึกไม่สบายใจกับสถานการณ์ดังกล่าวก็ตาม

ทีมชาติสเปนมีโปรแกรมพบกับอาร์เจนตินา แชมป์เก่า ที่สนามเมตไลฟ์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยทรัมป์มีกำหนดเดินทางมาร่วมชมการแข่งขันและมอบถ้วยแชมป์ให้กับทีมผู้ชนะหลังจบเกม

นอกจากพิธีมอบถ้วยแล้ว ยังมีความเป็นไปได้ที่ผู้นำสหรัฐฯ จะได้พบและทักทายนักเตะจากทั้งสองทีม ซึ่งอิเกลเซียสยอมรับว่าไม่ใช่ช่วงเวลาที่เขาตั้งตารอมากนัก

“ผมไม่อยากติดคุก”

กองหน้าวัย 33 ปีกล่าวกับนิตยสารท้องถิ่น เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่เขาจะต้องจับมือกับทรัมป์

“ผมหวังว่าจะได้ทักทายเขาในช่วงเวลาที่พวกเราทุกคนกำลังมีความสุข ขอให้มันผ่านไปอย่างรวดเร็ว และจากนั้นผมจะได้ลืมมันไป”

“ผมไม่คิดว่านี่เป็นเวลาที่ควรสร้างความขัดแย้ง ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าผมคิดอย่างไร ผมอยากทำอะไรหลายอย่าง แต่ความจริงก็คือ ต่อให้บางคนคิดว่าผมมีอำนาจมากแค่ไหน ผมก็ไม่ได้มีอำนาจมากพอที่จะจัดการกับเรื่องบางเรื่องได้”

อิเกลเซียส แสดงจุดยืนต่อประเด็นสังคมอย่างเปิดเผย

อิเกลเซียสเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลสเปนที่แสดงจุดยืนต่อประเด็นทางสังคมอย่างชัดเจนมาโดยตลอด ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คำพูดของเขาก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศได้รับความสนใจ

ก่อนหน้านี้ เขาเคยออกมาแสดงความคิดเห็นในช่วงเกิดกรณีของ หลุยส์ รูเบียเลส อดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศ หลังบังคับจูบ เจนนี เอร์โมโซ นักฟุตบอลหญิงทีมชาติสเปน หลังจบฟุตบอลโลกหญิง 2023

กองหน้าของเซลตา บีโก ยังเคยแสดงการสนับสนุนผู้ประท้วงที่ออกมาเรียกร้องเพื่อปาเลสไตน์ รวมถึงทาเล็บเป็นสีดำเพื่อสนับสนุนขบวนการ Black Lives Matter และออกมาต่อต้านการเหยียดผู้มีความหลากหลายทางเพศอย่างสม่ำเสมอ

ด้วยเหตุนี้ ความเป็นไปได้ที่จะต้องพบกับทรัมป์จึงกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง อย่างไรก็ตาม อิเกลเซียสยืนยันว่าเขาไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมในช่วงเวลาสำคัญของทีมชาติ และพร้อมปฏิบัติตามสถานการณ์หากต้องพบกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ จริง

ในด้านการแข่งขัน อิเกลเซียสทำไป 18 ประตูให้เซลตา บีโกในฤดูกาลที่ผ่านมา และลงเล่นในฟุตบอลโลกครั้งนี้สามนัด รวมเวลา 73 นาที โดยส่วนใหญ่รับบทบาทเป็นกองหน้าสำรอง

คาดว่า มิเกล โอยาร์ซาบาล จะยังคงเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าของทีม หลุยส์ เด ลา ฟวนเต ขณะที่อิเกลเซียสมีโอกาสถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองในเกมนัดชิงกับอาร์เจนตินา

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยตกเป็นข่าวเกี่ยวกับฟุตบอลโลก หลังติดต่อ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า เพื่อหารือกรณีโทษแบนของ โฟลาริน บาโลกุน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา

บาโลกุนถูกไล่ออกจากสนามในเกมกับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และเดิมต้องพลาดลงเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับเบลเยียม ก่อนที่ฟีฟ่าจะตัดสินใจพักการบังคับใช้โทษแบนหนึ่งนัดออกไปเป็นเวลาหนึ่งปี ซึ่งสร้างเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่าย รวมถึงยูฟ่า