บูกาโย ซาก้า เผย เบลลิงแฮม พูดอะไรกับเขาก่อนซัดจุดโทษแฮตทริกเกมชนะฝรั่งเศส

แนวรุกตัวริมเส้นของไอ้ปืนใหญ่ เปิดเผยบทสนทนากับ จู๊ด เบลลิงแฮม ก่อนจะยิงจุดโทษเป็นแฮตทริกพาอังกฤษคว้าที่ 3 บอลโลก 2026

จู๊ด พูดอะไรกับ ซาก้า?

จากที่ดูเงียบ ๆ มาทั้งทัวร์นาเมนต์กลายมาระเบิดฟอร์มเอานัดสุดท้าย สำหรับ บูกาโย ซาก้า ปีกขวาตัวเก่งจาก อาร์เซนอล ที่เมื่อคืนนี้เป็นแฮตทริกฮีโร่ช่วยให้ทีมชาติอังกฤษเอาชนะฝรั่งเศสไปได้ 6-4 ในเกมชิงที่ 3 ฟุตบอลโลก 2026

ก่อนที่ ซาก้า จะวิ่งซอยเท้ายิก ๆ ไปสังหารจุดโทษแบบเฉียบคม เป็น จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ยืนอยู่ตรงจุดโทษก่อน​ ซึ่งทีแรกคาดกันว่าเขาน่าจะเป็นคนยิงเองแน่ ๆ แต่สุดท้าย เบลลิงแฮม ทำแค่เพียงยืนเฝ้าตรงนั้นแล้วพูดอะไรบางอย่างแล้วปล่อยให้ ซาก้า ยิงแทน

หลังจบเกม ซาก้า ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่าจังหวะนั้น เบลลิงแฮม ต้องการจะทำอะไรกันแน่ และบทสนทนาตรงนั้นเป็นอย่างไร

“ไม่เลย จู๊ดไม่ได้จะยิงลูกนั้นตั้งแต่แรก” ซาก้า กล่าวผ่าน BBC

“เขาเป็นคนแรกที่บอกผมว่า ‘ไปเอาแฮตทริกของนายสิ’ ดังนั้นไม่มีใครพยายามรบกวนผม เพราะผมรู้มาตลอดว่าผมจะเป็นคนยิง”

นอกจากนี้ แข้งวัย 24 ปี ยังยอมรับว่าทุกคนในทีมยังผิดหวังที่ไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ แต่ก็พอใจกับการจบทัวร์นาเมนต์ด้วยชัยชนะ

“มันเป็นเกมที่บ้าคลั่งมาก เราทุกคนยังเสียใจที่ไม่ได้เข้าชิง แต่เราต้องการจบทัวร์นาเมนต์ให้แข็งแกร่งที่สุด และมอบผลงานที่ดีที่สุดของอังกฤษในฟุตบอลโลกรอบ 60 ปีให้กับแฟนบอล”

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า : ผมเป็นโค้ชตั้งแต่อายุ 37 ปี และตอนนี้ผมอยากจะลองออกไปค้นหาชีวิตดูบ้าง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เปิดเผยว่าทุกวันนี้เขามีความสุขดีกับชีวิตที่ไม่มีฟุตบอล และยังไม่คิดกลับมารับงานคุมทีมในเร็ววันนี้

ยังไม่คิดถึงการคุมทีม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพิ่งอำลาตำแหน่งกุนซือของ แมนฯ ซิตี้ หลังสิ้นสุดฤดูกาลที่ผ่านมา นับเป็นการปิดฉากการเดินทาง 1 ทศวรรษ ร่วมกับเรือใบสีฟ้า พร้อมกับถ้วยแชมป์ที่คว้ามา 20 รายการ

แม้สถานะปัจจุบันของ อดีตกุนซือ บาร์เซโลนา และ บาร์เยิน มิวนิค จะเป็นกุนซือว่างงาน แต่ก็มีข่าวไม่เว้นวันว่าเขาได้รับความสนใจจากบรรดาชาติมหาอำนาจลูกหนังไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ, บราซิล หรือแม้กระทั่ง อิตาลี

อย่างไรก็ตาม แม้ เป๊ป จะมีบุคลิกที่ดูเป็นคนบ้างานและคลั่งฟุตบอลมากขนาดไหน แต่ทุกวันนี้เขาก็มีความสุขดีกับชีวิตที่ไม่มีเกมลูกหนัง และยังไม่คิดจะกลับไปรับงานในเร็ว ๆ นี้

“ถ้าพูดในแง่ของสภาพจิตใจแล้ว ผมไม่ได้รู้สึกคิดถึงมันเลยแม้แต่นิดเดียว” เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ให้สัมภาษณ์กับ OKX

“ผมเริ่มงานผู้จัดการทีมตั้งแต่อายุ 37 ปี และตลอดชีวิตที่ผ่านมาของผมมันผูกติดอยู่กับฟุตบอลมาโดยตลอด ตอนนี้ผมอยากจะลองออกไปค้นหาชีวิตดูบ้าง อยากมีความสุขกับการทำสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลเลย”

“ผมรักงานของผมนะ แต่สัญชาตญาณมันจะบอกเองเมื่อถึงเวลาที่คุณรู้สึกว่าต้องหยุด บางทีวันหนึ่งผมอาจจะตื่นขึ้นมาแล้วพูดกับตัวเองว่า ‘เอาล่ะ ผมอยากกลับไปคุมทีมแล้ว’ แต่ความรู้สึกนั้นมันต้องเกิดขึ้นมาจากข้างในจริง ๆ ซึ่งในวันนี้ ผมยังไม่รู้สึกแบบนั้นเลย”

ที่ลอนดอนจัดการแข่งขันหาคนหน้าเหมือน จู๊ด ผู้ชนะบอก “โดนทักบ่อย โดยเฉพาะคนเมา”

ที่กรุงลอนดอนมีการจัดการแข่งขันหาคนหน้าเหมือน จู๊ด เบลลิงแฮม กองกลางคนเก่งของทีมชาติอังกฤษ

คนหน้าเหมือน จู๊ด

แม้จะไม่สามารถพา อังกฤษ ไปถึงฝั่งฝันได้สำเร็จ แต่ จู๊ด เบลลิงแฮม คือหนึ่งในนักเตะของทัพสิงโตคำรามที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ หลังซัดไป 6 ประตู จากการลงสนาม 7 นัด

กระแสของ จู๊ด ไม่เพียงแต่จะทำให้เพลง “Hey Jude” ของ The Beatles กลับมาฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองอีกครั้ง แต่มันยังทำให้มีการแข่งขันสุดแปลกเกิดขึ้นมา อย่างการแข่งขันหาคนหน้าเหมือนเขามากที่สุดอีกด้วย

การแข่งขันดังกล่าวนี้จัดขึ้นที่ BOXPARK Shoreditch ถนน Shoreditch High Street กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ก่อนการแข่งขันรอบรองชนะเลิศกับ อาร์เจนตินา

โดยบรรดาคน(ที่คิดว่า)หน้าเหมือน จู๊ด เบลลิงแฮม ต่างพากันมาปรากฏตัวที่นี่ ก่อนจะผลัดเปลี่ยนกันขึ้นมาโชว์ลีลาบนเวที บางคนอวดทักษะการเดาะบอล ส่วนบางคนเลียนแบบท่าดีใจกางแขนอันเป็นเอกลักษณ์ของกองกลางรายนี้

สุดท้ายผู้ชนะการแข่งขันได้แก่ มาร์คัส เลเกมาห์ นักศึกษาปริญญาโทวัย 24 ปีจาก University College London โดยเขาได้รับรางวัลเป็นแผ่นเสียงรวมฮิตของวง The Beatles และบัตรกำนัล Deliveroo มูลค่า 1,966 ปอนด์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสื่อถึงปีที่ทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดนั่นเอง

“ก็บ่อยนะครับ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกคนเมาในผับมากกว่า” จู๊ด เบลลิงแฮม เอ้ย!!! มาร์คัส เลเกมาห์ ตอบหลังถูกถามว่ามีคนทักบ้างไหมว่าหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเจ้าของเสื้อเบอร์ 10 ของทีมชาติอังกฤษ

“แต่ช่วงหลังมานี้ยิ่งโดนทักบ่อยขึ้นเพราะ จู๊ด ฟอร์มดี โดยเฉพาะในทัวร์นาเมนต์นี้แหละครับ”

“แต่นอกจากหน้าตาแล้ว ผมว่าเราไม่ได้มีอะไรเหมือนกันเท่าไหร่เลย ผมตื่นเต้นมาก ตอนนี้ผมจะได้ฉลองรอบชิงชนะเลิศกับเพื่อน ๆ พร้อมด้วยพิซซ่าและเบียร์แล้ว”

“ผมคิดว่าเราจะชนะ เราต้องมีความมั่นใจเข้าไว้ และผมเชื่อว่าถ้วยแชมป์จะกลับบ้านเราแน่นอน”

แม้จะชนะรางวัลคนหน้าเหมือน จู๊ด เบลลิงแฮม แต่พ่อหนุ่มคนนี้ก็ต้องผิดหวัง หลัง อังกฤษ แพ้ให้กับ อาร์เจนตินา ทำได้เพียงชิงอันดับที่ 3 กับ ฝรั่งเศส เพียงเท่านั้น

เมื่อ “ผู้ตัดสินนัดชิงฟุตบอลโลก 2026” ครั้งหนึ่งเคยถูกเชื่อมโยงกับปฏิบัติการจับกุมยาเสพติดและการค้าประเวณี

สลาฟโก วินชิช ผู้ตัดสินชาวสโลวีเนีย ได้รับความไว้วางใจจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ให้ทำหน้าที่ในเกมฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง สเปน กับ อาร์เจนตินา ที่สนามนิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์ สุดสัปดาห์นี้ (คืนวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคมนี้)

การได้รับเลือกครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญในอาชีพของผู้ตัดสินวัย 46 ปี อย่างไรก็ตาม ชื่อของเขาเคยปรากฏในข่าวใหญ่เมื่อปี 2020 หลังถูกควบคุมตัวและสอบปากคำระหว่างปฏิบัติการของตำรวจ ซึ่งมุ่งเป้าไปยังเครือข่ายยาเสพติดและการค้าประเวณีในประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา

ถูกสอบปากคำในฐานะพยาน ก่อนพ้นข้อสงสัยทั้งหมด

เหตุการณ์เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2020 ขณะที่ วินชิช เดินทางไปบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเพื่อทำธุรกิจ ก่อนตอบรับคำเชิญไปรับประทานอาหารกลางวันที่สถานที่แห่งหนึ่ง แต่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากมีบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการค้าประเวณีอยู่ภายใน

ตำรวจรายงานว่า จากการตรวจค้นบ้านพักและยานพาหนะของกลุ่มผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่พบโคเคน 14 ห่อ ปืนพก 10 กระบอก เสื้อเกราะกันกระสุนสามชุด เงินสดมากกว่า 10,000 ยูโร รวมถึงโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป

วินชิชถูกนำตัวไปสอบปากคำพร้อมกับบุคคลอื่น แต่เจ้าหน้าที่สอบสวนเขาในฐานะพยานเท่านั้น ก่อนอนุญาตให้เดินทางกลับ หลังพบว่าเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยและไม่ได้ถูกตั้งข้อกล่าวหาใด ๆ

“ผมบังเอิญไปอยู่ที่ฟาร์มแห่งนั้น ผมมีบริษัทเป็นของตัวเอง และเดินทางไปบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเพื่อประชุมทางธุรกิจ” วินชิชอธิบายในเวลาต่อมา

“ผมตอบรับคำเชิญไปรับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของผม ผมเสียใจกับเรื่องนั้น”

“ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะกับกลุ่มคนที่เดินทางมาด้วยกัน จู่ ๆ ตำรวจก็เข้ามา ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่ถูกจับกุมและควบคุมตัว เช่นเดียวกับหุ้นส่วนทางธุรกิจของผม”

ด้าน วลาโด ไซน์ ประธานสมาคมผู้ตัดสินฟุตบอลสโลวีเนียในขณะนั้น ยืนยันเช่นกันว่า จากข้อมูลของสมาคม วินชิชไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยและไม่มีการดำเนินคดีหรือยื่นข้อกล่าวหาต่อเขา

ดังนั้น แม้ชื่อของวินชิชจะถูกนำไปเชื่อมโยงกับปฏิบัติการดังกล่าวในพาดหัวข่าวหลายแห่ง แต่ข้อเท็จจริงคือเขาอยู่ในสถานที่เกิดเหตุโดยบังเอิญ ถูกสอบสวนในฐานะพยาน และได้รับการยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

กลั้นน้ำตาไม่อยู่ หลังรู้ว่าได้รับเลือกตัดสินนัดชิง

หกปีหลังจากเหตุการณ์ที่เกือบสร้างรอยด่างให้กับชื่อเสียง วินชิชเดินทางมาถึงหนึ่งในช่วงเวลายิ่งใหญ่ที่สุดของอาชีพ เมื่อได้รับการประกาศให้เป็นผู้ตัดสินเกมฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง อาร์เจนตินา กับ สเปน

ในวิดีโอช่วงประกาศรายชื่อผู้ตัดสินต่อหน้าเจ้าหน้าที่ภายในแคมป์ วินชิชมีสีหน้าตกใจและพูดไม่ออกชั่วขณะ ก่อนจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ขณะที่เพื่อนผู้ตัดสินที่อยู่ในห้องต่างปรบมือและเดินเข้ามาแสดงความยินดีกับเขา

ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการทำหน้าที่ในนัดชิงฟุตบอลโลกมีความหมายต่อวินชิชมากเพียงใด เพราะนี่ถือเป็นจุดสูงสุดที่ผู้ตัดสินฟุตบอลคนหนึ่งสามารถไปถึงได้

วินชิชจะทำหน้าที่ร่วมกับผู้ช่วยผู้ตัดสินชาวสโลวีเนีย ได้แก่ โทมาซ คลานชนิก และ อันดราช โควาชิช ขณะที่ อัดฮัม มาคัดเมห์ ผู้ตัดสินชาวจอร์แดน จะรับหน้าที่เป็นผู้ตัดสินที่สี่

ก่อนหน้านี้ วินชิชเคยผ่านเกมใหญ่ระดับสโมสรมาแล้วหลายรายการ โดยเฉพาะรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปี 2024 ระหว่าง เรอัล มาดริด กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รวมถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูโรปาลีก ปี 2022

ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เขาลงตัดสินมาแล้วสามเกม ก่อนจะได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบการแข่งขันที่สำคัญที่สุดของทัวร์นาเมนต์ และอาจเป็นเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดเส้นทางอาชีพผู้ตัดสินของเขา

ช่วยเรื่องอะไร? เปิดเหตุผลทำไมนักฟุตบอลถึงชอบเคี้ยวหมากฝรั่ง

เชื่อว่าถ้าคุณเป็นแฟนบอลที่ได้รับชมเกมการแข่งขันอยู่บ่อย ๆ ก็น่าจะสังเกตเห็นกันได้ว่ามีนักฟุตบอลหลายคนมาก ๆ ที่ชอบเคี้ยวหมากฝรั่งระหว่างลงเล่นอยู่ด้วย

และหลังจากนั้นคงมีคำถามไม่น้อยเลยว่าทำไมนักเตะที่ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอด 90 นาทีถึงต้องเคี้ยวหมากฝรั่ง ซึ่งมันก็อาจจะทำให้พลาดกลืนหรือติดคอก็เป็นได้

แต่จริง ๆ แล้วเบื้องหลังของการเคี้ยวหมากฝรั่งของนักฟุตบอลนั้นมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด หากอยากรู้เรื่องราวทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร ตามอ่านต่อได้ที่นี่

ทำไมหมากฝรั่งถึงช่วยนักฟุตบอลระหว่างแข่ง?

เหตุผลหลักมาจากส่วนผสมอย่างคาเฟอีน ที่ช่วยกระตุ้นร่างกายและเพิ่มความตื่นตัว โดยหมากฝรั่งมีข้อได้เปรียบตรงที่คาเฟอีนสามารถถูกดูดซึมผ่านช่องปากเข้าสู่กระแสเลือดได้รวดเร็วกว่าการดื่มเครื่องดื่มทั่วไป

นอกจากนี้ยังไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการย่อยอาหาร ทำให้นักกีฬาสามารถได้รับพลังงานโดยไม่รู้สึกหนักท้อง เหมาะกับกีฬาที่ต้องใช้ความแม่นยำและสมาธิสูงอย่างฟุตบอลนั่นเอง

จากของกินเล่น สู่เครื่องมือของนักกีฬาระดับโลก

หนึ่งในแบรนด์ที่ผลักดันหมากฝรั่งเข้าสู่วงการฟุตบอลคือ One Gum บริษัทจากฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์สำหรับคนทั่วไป ก่อนถูกค้นพบโดยแพทย์ของสโมสรโมนาโก และเริ่มได้รับความสนใจจากวงการกีฬา

หลังจากนั้นทีมชาติฝรั่งเศสและหลายสโมสรชั้นนำก็เริ่มนำไปใช้ รวมถึงสโมสรในลีกเอิงและลาลีกา ขณะที่ปัจจุบันหมากฝรั่งได้กลายเป็นอุปกรณ์เสริมยอดฮิตที่นักเตะหลายคนใช้ก่อนเกมหรือช่วงพักครึ่ง เพื่อช่วยให้ร่างกายพร้อมสำหรับการแข่งขันด้วย

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเคี้ยวช่วยให้นักเตะมีจุดโฟกัส ลดความกังวล และช่วยให้เข้าสู่สภาวะพร้อมแข่งขันได้ง่ายขึ้น คล้ายกับการมีกิจวัตรบางอย่างที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขา

ทำไมเราเห็นนักฟุตบอลเคี้ยวหมากฝรั่งมากขึ้น?

ฟุตบอลยุคใหม่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่โภชนาการ การฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมระหว่างเกม ดังนั้นหมากฝรั่งจึงไม่ได้เป็นเพียงของกินเล่นอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้นักฟุตบอลรักษาสมาธิและความพร้อมตลอด 90 นาที

แม้จะเป็นสิ่งเล็ก ๆ แต่ในระดับฟุตบอลโลก รายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้อาจเป็นตัวช่วยสร้างความแตกต่างได้เช่นกัน

เมื่อ “หมูเด้ง” ฟันธง! เสี่ยงทายคู่ชิงฟุตบอลโลก 2026

ความมันส์ของทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2026 กำลังเดินทางเข้าสู่โค้งสุดท้ายที่เข้มข้น และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในทุก ๆ ครั้งคือสีสันของการเสี่ยงทายจากสัตว์แสนรู้ ซึ่งในครั้งนี้สปอตไลท์ทุกดวงได้สาดส่องไปที่ “น้องหมูเด้ง” ฮิปโปแคระซุปตาร์ระดับโลกแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่มาร่วมสนุกสร้างเสียงหัวเราะและลุ้นระทึกไปกับแฟนบอลทั่วโลก

เปิดเมนูเสี่ยงทาย: แตงโมนำโชคของซุปตาร์

นายณรงวิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว พร้อมด้วย “พี่เบนซ์” ผู้ดูแล ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ (Animal Enrichment) เพื่อลดความเครียดและสร้างความบันเทิง โดยการนำแตงโมของโปรดมาแกะสลักเป็นชื่อทีมชาติต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ทั้ง 4 ทีม ได้แก่ ฝรั่งเศส สเปน อังกฤษ และอาร์เจนตินา พร้อมปักธงชาติกำกับไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้หมูเด้งได้เลือกกินเพื่อเป็นการพยากรณ์ว่าใครจะได้ตั๋วผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศ

สเต็ปเทพหมูเด้ง! เลือก “ตราไก่” และ “สิงโตคำราม”

ทันทีที่เปิดฉากการทำนายในคู่แรกระหว่าง ฝรั่งเศส กับ สเปน เจ้าหมูเด้งตัวน้อยไม่รอช้า วิ่งดุ๊กดิ๊กตรงดิ่งไปหาแตงโมฝั่งทีมชาติฝรั่งเศส 🇫🇷 แล้วอ้าปากงับกินอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางเสียงเชียร์ของนักท่องเที่ยว ต่อมาในคู่ที่สองระหว่าง อังกฤษ กับ อาร์เจนตินา หมูเด้งก็เลือกหันหน้าเข้าหาจานผลไม้ของฝั่งทีมชาติอังกฤษทันที

จากการเลือกทั้งสองครั้งนี้ ทำให้บทสรุปคู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ในมุมมองของน้องหมูเด้งกลายเป็นการโคจรมาพบกันของสองยักษ์ใหญ่แห่งทวีปยุโรป นั่นคือ “ฝรั่งเศส ปะทะ อังกฤษ”

สีสันลูกหนังที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามอง

แม้ว่าทางสวนสัตว์จะเน้นย้ำว่ากิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อความสนุกสนานและให้หมูเด้งได้ผ่อนคลายเท่านั้น ไม่ได้การันตีผลการแข่งขันจริงในสนาม แต่การฟันธงของหมูเด้งครั้งนี้ก็กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว แฟนบอลต่างพากันแซวและจับตามองว่า “พยากรณ์หมูเด้ง” จะแม่นยำจนพาทั้งสองทีมไปเจอกันที่นัดชิงชนะเลิศที่นิวเจอร์ซีย์ได้จริงหรือไม่!

ย้อนรอยวันวาน “ฝรั่งเศส – สเปน” จากบทเรียนปี 2006 สู่สงครามล้างตาใน ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026

หน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกกำลังจะหมุนวนมาบรรจบอีกครั้ง ในโลกของฟุตบอลไม่มีสิ่งใดหอมหวานไปกว่าการล้างตา และไม่มีสิ่งใดเจ็บปวดไปกว่าความทรงจำที่ฝังใจ ท่ามกลางบรรยากาศอันเร่าร้อนของ ฟุตบอลโลก 2026 คู่ปรับตลอดกาลแห่งทวีปยุโรปอย่าง 🇫🇷 ฝรั่งเศส และ 🇪🇸 สเปน มีคิวต้องโคจรมาห้ำหั่นกันในรอบรองชนะเลิศ ณ สนามเอทีแอนด์ที สเตเดียม รัฐเทกซัส ซึ่งการพบกันครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแย่งชิงตั๋วสู่รอบชิงชนะเลิศเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลุกฝันร้ายในอดีตที่เคยเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวบนเวทีเวิลด์คัพให้ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกด้วย

ค่ำคืนที่ฮันโนเวอร์: เมื่อ “ซีดาน” สยบความห้าวของกระทิง

หากย้อนเวลากลับไปในศึกฟุตบอลโลกปี 2006 ที่ประเทศเยอรมนี ทั้งสองทีมเคยเผชิญหน้ากันในรอบสุดท้ายเป็น ครั้งแรกและครั้งเดียว ในประวัติศาสตร์ ในการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย วันที่ 27 มิถุนายน คืนนั้นทีมชาติสเปนยุคสายเลือดใหม่ที่นำโดย ดาบิด บียา, เฟร์นันโด ตอร์เรส และชาบี เอร์นานเดซ กำลังคึกคะนองสุดขีด พวกเขาออกนำไปก่อน 1-0 จากจุดโทษของ ดาบิด บียา ในนาทีที่ 28 ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่านี่อาจเป็นแมตช์สุดท้ายในอาชีพค้าแข้งของจอมทัพวัย 34 ปีอย่าง ซีเนดีน ซีดาน

ทว่า ขุนพลตราทัพกลับไม่ยอมจำนน ฟรังก์ ริเบรี ยิงตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 41 ก่อนที่ พาทริค วิเอรา จะโหม่งให้ฝรั่งเศสพลิกนำ 2-1 ในนาทีที่ 83 และในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 ซีเนดีน ซีดาน ก็โชว์ความเหนือชั้นล็อกหลบกองหลังสเปนก่อนซัดประตูปิดกล่องให้ฝรั่งเศสชนะไปอย่างเด็ดขาด 3-1 ส่งทัพกระทิงดุกลับบ้านด้วยความช้ำใจ และเปลี่ยนคำสบประมาทให้กลายเป็นดนตรีบรรเลงส่งท้ายตำนานอันยิ่งใหญ่

สู่สมรภูมิ 2026: มหากาพย์บทใหม่ของสองมหาอำนาจ

เวลาล่วงเลยผ่านไปสองทศวรรษ ทั้งสองทีมก้าวเข้าสู่ ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยฐานะทีมไร้พ่ายในทัวร์นาเมนต์ ฝรั่งเศสภายใต้การนำทัพของ คิเลียน เอ็มบัปเป ดาวยิงกัปตันทีมโชว์ฟอร์มได้อย่างดุดันและทรงพลัง ขณะที่สเปนยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วยความอัจฉริยะของดาวรุ่งอย่าง ลามีน ยามัล และขุมกำลังที่สดใหม่ ทั้งคู่เพิ่งผ่านสมรภูมิเดือดในศึกยูโร 24 และเนชันส์ลีก 2025 มาอย่างระทึกใจ และการโคจรมาพบกันในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ว่า ฝรั่งเศสจะย้ำแค้นประวัติศาสตร์ หรือสเปนจะทวงคืนความแค้นที่ฝังลึกได้สำเร็จในแผ่นดินอเมริกา

ใช้แล้วถูกใจ! อโมริม เล็งดึง 4 แข้งแมนยูหวนร่วมงานที่เอซี มิลาน

อดีตกุนซือชาวโปรตุเกสของปีศาจแดง เล็งดึงลูกทีมเก่าหวนร่วมงานที่อิตาลีกับทีมใหม่อย่างปีศาจแดงดำ

4 แข้งแมนยูยุคอโมริม

หลังว่างงานไปได้ไม่นาน รูเบน อโมริม อดีตกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้งานใหม่แล้ว หลังตกลงย้ายไปคุมทีมใหญ่ในอิตาลีอย่าง เอซี มิลาน

และก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่เมื่อโค้ชย้ายไปคุมทีมใหม่ ก็มักจะดึงอดีตนักเตะที่เคยคุมกลับมาร่วมงานด้วยกันอีกครั้ง โดยล่าสุดมีรายงานว่า อโมริม สนใจอยากดึงแข้งปีศาจแดงไปเล่นให้กับ มิลาน ทีมใหม่ด้วยถึง 4 รายด้วยกัน

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า อโมริม สนใจดึง มานูเอล อูการ์เต มาร่วมงานอีกครั้ง หลังทั้งคู่เคยประสบความสำเร็จร่วมกันตั้งแต่สมัยอยู่กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน และกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งที่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่างไรก็ตาม โอกาสของดีลดังกล่าวอาจลดลง หลังมิดฟิลด์ทีมชาติอุรุกวัยได้รับบาดเจ็บระหว่างศึกฟุตบอลโลก 2026

นอกจากนี้ สื่อหลายสำนักยังรายงานว่า เอซี มิลาน กำลังติดตามสถานการณ์ของ เมสัน เมาท์ และ อาหมัด ดิยัลโล แม้ว่าฝั่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะยังไม่มีความต้องการปล่อยตัวทั้งสองคนออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ก็ตาม

ล่าสุดชื่อของ นุสแซร์ มาซราอุย กลายเป็นแข้งรายที่ 4 ที่ถูกเชื่อมโยงกับการย้ายสู่ถิ่นซาน ซิโร โดย มัตเตโอ โมเรตโต้ ผู้สื่อข่าวสายตลาดนักเตะชื่อดัง เปิดเผยว่า แบ็กทีมชาติโมร็อกโกยังคงเป็นหนึ่งในนักเตะคนโปรดของอโมริม

กุนซือวัย 59 ปี เคยกล่าวชื่นชมมาซราอุยอย่างมากในช่วงที่ทำงานร่วมกันที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยถึงขั้นยกให้เป็นหนึ่งในนักเตะต้นแบบของทีม

“เขาเป็นนักเตะระดับท็อป เข้าใจเกมเป็นอย่างดี เล่นเกมรุกได้ มีเทคนิคยอดเยี่ยม และแข็งแกร่งในเกมรับ”

“เขาคือนักเตะสมัยใหม่ ผมคิดว่าเขาเป็นอนาคตของทีม เราต้องการผู้เล่นแบบเขามากขึ้น ผู้เล่นที่สามารถควบคุมจังหวะของเกมและเล่นกับบอลได้อย่างสบาย”

อย่างไรก็ตาม การดึงนักเตะทั้ง 4 รายออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่ได้แสดงท่าทีว่าต้องการปล่อยผู้เล่นเหล่านี้ออกจากทีม โดยเฉพาะ เมาท์, อาหมัด และ มาซราอุย ที่ยังอยู่ในแผนการสร้างทีมระยะยาวของสโมสร

บอลสเต็ปคืออะไร : ทำไมได้รับความนิยมในอาเซียน?

สำหรับแฟนบอลที่ชอบเสี่ยงทายผลการแข่งขันของเกมฟุตบอลน่าจะพอรู้จักกับอัตราต่อรองหรือว่าราคาแบบ แฮนดิแคป (Handicap), สูง-ต่ำ (Over-Under) และ 1×2 มาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นการทายผลแบบคู่เดี่ยว

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งการทายผลยอดฮิตในเอเชียและอาเซียนก็คือการทายผลแบบสเต็ป หรือว่าที่เรารู้จักกันในชื่อ “บอลสเต็ป (Mix Parley)” นั่นเอง โดยที่การทายผลแบบนี้เน้นการลงทุนน้อย มากคู่ แต่ได้ผลประกอบการสูง

หากอยากรู้ว่าบอลสเต็ปคืออะไร แล้วมีวิธีการทายอย่างไร ตามอ่านต่อได้ที่นี่

บอลสเต็ปคืออะไร?
ลุ้นโชคที่นี่! ทายผลฟุตบอลประจำวันกับเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือที่สุด

สำหรับอัตราต่อรอง 3 อย่างที่กล่าวไปข้างต้น จะเป็นอัตราต่อรองที่แยกเป็นคู่ ๆ ไป หรือที่เรารู้จักกันในคำว่า “บอลเดี่ยว” และ “บอลเต็ง” แต่สำหรับ “บอลสเต็ป” ผู้ที่ทายจะสามารถเลือกเล่นได้มากกว่า 1 คู่ ต่อ 1 การทายผล

ยกตัวอย่างเช่น ผู้เล่นที่ต้องการทายผลคู่ แมนยู-ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล-เชลซี และ บาร์เซโลนา-เรอัล มาดริด ไม่จำเป็นต้องแยกการทาย (แยกบิล) ผู้เล่นสามารถรวบ 3 คู่เอามาไว้ได้ใน 1 การทาย (บิลรวม) ได้เลย

คำถามก็คือ แล้วมันมีข้อดีต่างจากบอลเดี่ยว หรือว่าการแยกบิลทายอย่างไร? คำตอบก็คือผู้เล่นจะได้รับผลตอบแทนมากขึ้นตามการคูณของค่าน้ำ (Odds) ที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หากว่าผู้เล่นเลือกทายมากคู่ใน 1 บิล ยกตัวอย่างเช่นผู้เล่นทาย 3 คู่ ตัวค่าน้ำอาจจะออกมาที่ราว ๆ 9.85 ซึ่งถือว่ามากกว่าการทาย บอลเดี่ยว อยู่เยอะมาก ๆ

บอลสเต็ป เล่นอย่างไร?

เริ่มแรก ผู้เล่นจะต้องเลือกคู่ที่ต้องการทายมาก่อนอย่างน้อย 2-3 คู่ขึ้นไปถึงจะเป็นการทายแบบบอลสเต็ป ก่อนที่จะลงทุนตามที่ต้องการในการทายนั้น ๆ จากนั้นก็รอให้ผลการแข่งขันออกมาตามราคาที่ผู้เล่นในกดเอาไว้ในบิลนั้น ข้อบังคับก็คือ ทุกคู่ที่ทายจะต้องถูกหรือว่าชนะทั้งหมด หากว่ามีคู่ใดคู่หนึ่งแพ้ การทายนั้นจะแพ้ทันที โดยที่ไม่สนว่าคู่อื่น ๆ จะชนะ ยกตัวอย่างเช่น ทาย 3 คู่ ชนะ 2 คู่ แพ้ 1 สุดท้ายการทายหรือว่าบิลนั้น ๆ จะถูกนับว่าแพ้ทั้งหมด

ข้อดี-ข้อเสียของบอลสเต็ป

ข้อดี

  • ผู้เล่นสามารถได้รับผลตอบแทนที่สูงมากกว่าการทายผลแบบปกติ ขึ้นอยู่กับจำนวนคู่และเงินที่ผู้เล่นทายในบิลนั้น ๆ
  • มีทุนน้อยสามารถเล่นจนได้รับค่าตอบแทนที่สูงได้ เพราะค่าน้ำจะสูงกว่าการทายแบบปกติ

ข้อเสีย

  • ต้องทายผลให้ถูกทุกคู่ หากว่ามีคู่ใดคู่หนึ่งแพ้ ก็จะกลายเป็นแพ้ทั้งหมด

จู๊ด เบลลิงแฮม เหมา 2 ตุง พาอังกฤษ เข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ หลังเอาชนะ นอร์เวย์ 2-1

ความพร้อมก่อนเกม
อังกฤษ เขี่ยเจ้าภาพอย่าง เม็กซิโก ตกรอบไปแบบสุดมันส์ 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จากเกมดังกล่าวพวกเขาต้องเสีย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไปจากอาการบาดเจ็บทั้งที่ไม่ได้ลงสนาม ขณะที่ จาเรลล์ ควอนซาห์ ก็จะติดโทษแบน 2 นัด จากการโดนใบแดง นอกจากนี้ ดีแคลน ไรซ์ และ มาร์ค เกฮี ก็ยังต้องรอเช็คความฟิตก่อนเกมอีกครั้ง

ส่วนทางฝั่ง นอร์เวย์ โชว์ฟอร์มแกร่งสมกับเป็นม้ามืดประจำทัวร์นาเมนต์ เมื่อเอาชนะอดีตแชมป์โลก 5 สมัย อย่าง บราซิล แบบสุดเซอร์ไพรส์ 2-1 ที่สำคัญเกมนี้พวกเขาไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บรบกวน เนื่องจาก ยูเลียน ไรเออร์สัน และ ดาวิด โมลเลอร์ โวล์ฟ กลับมาฟิตเต็มที่แล้ว ทำให้ทัพไวกิ้งพร้อมจัดชุดที่ดีที่สุดลงสนามลุ้นสร้างเซอร์ไพส์ต่อไป

ดูบอลสด ฟุตบอลวันนี้ : โปรแกรมถ่ายทอดสด พรีเมียร์ลีก, ไทยลีก, ทีมชาติไทย, และอื่นๆ

ผลฟุตบอลฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 อังกฤษ 2-1 นอร์เวย์
ผู้ตัดสินเป่านกหวีดเริ่มเกมการแข่งขันในครึ่งเวลาแรก ผ่านช่วง 15 นาทีแรกเป็นทางฝั่งทัพ “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ ที่เดินหน้าครองบอลได้มากกว่า จนขยับมาในนาทีที่ 21 โนนี่ มาดูเอเก้ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากเลื้อยขึ้นมาจนสุดเส้นหลังก่อนปาดบอลเข้ากลาง ทว่าบอลลึกไปไม่ถึง นิโก้ โอไรลีย์ ชวดโอกาสทำประตูอย่างน่าเสียดาย ถัดมาในนาทีที่ 22 ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกมชั่วคราวให้ผู้เล่นทั้งสองทีมพักดื่มน้ำ (Hydration Break)

เกมดำเนินต่อมาถึงนาทีที่ 30 อังกฤษมาได้ลูกฟรีคิกระยะอันตรายหน้ากรอบเขตโทษ แฮร์รี่ เคน รับหน้าที่ซัดฟรีคิกบอลพุ่งแรงหลุดเสาออกไปนิดเดียว จังหวะถัดมาในนาทีที่ 35 เป็นนอร์เวย์ที่ได้ลุ้นเสียวไส้เมื่อ เออร์ลิง ฮาลันด์ ได้เทกตัวขึ้นโขกเน้น ๆ แต่บอลยังไปตรงตัว จอร์แดน พิคฟอร์ด รับเอาไว้ได้ ทว่าในนาทีที่ 36 GOAL! กลายเป็นนอร์เวย์ที่ได้เฮลั่นสนามออกนำก่อน 1-0 จากจังหวะกึ่งยิงกึ่งเปิดของ อันเดรอัส ชเดรุพ บอลพุ่งลึกเปลี่ยนทางไหลเข้าประตูไปอย่างเหลือเชื่อ

หลังเสียประตูอังกฤษพยายามโหมบุกหนัก และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีบาป GOAL! นาทีที่ 45+1 สาวกทัพสิงโตคำรามได้กรี๊ดกันลั่นสนาม จากจังหวะเข้าทำสุดสวยและเป็น จู๊ด เบลลิงแฮม ที่หาช่องซัดหักข้อส่งบอลพุ่งเสียบหน้าต่างเข้าไปอย่างเด็ดขาด ช่วยให้อังกฤษตามตีเสมอเป็น 1-1 ก่อนจะสิ้นเสียงนกหวีดจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งเวลาหลัง
กลับมาสู้กันต่อในนาทีที่ 46 เริ่มเกมครึ่งเวลาหลัง ทั้งสองทีมลงมาเปิดหน้าแลกใส่กันต่อ ขยับมาในนาทีที่ 52 นอร์เวย์ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะเตะมุม เออร์ลิง ฮาลันด์ ได้ขึ้นโขกเหน่ง ๆ อีกครั้ง แต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด ยังปฏิกิริยาไวปัดทิ้งออกหลังไปได้หวุดหวิด ผ่านมาถึงนาทีที่ 64 ทั้งสองทีมต่างเปิดเกมรุกสวนกลับเข้าใส่กันอย่างต่อเนื่องดุเดือด จนในนาทีที่ 68 ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกมให้ผู้เล่นพักดื่มน้ำชาร์จพลังงานอีกครั้ง (Hydration Break)

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 นอร์เวย์เริ่มมีจังหวะขยับบุกกดดันได้มากขึ้น แต่อังกฤษยังใช้เก๋าครองบอลควบคุมสถานการณ์ส่วนใหญ่เอาไว้ได้ และในนาทีที่ 87 อังกฤษชวดได้ประตูชัยอย่างเหลือเชื่อเมื่อ บูกาโย่ ซาก้า แหวกแนวรับคู่แข่งเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะตบเข้ากลาง ทว่าผู้เล่นอังกฤษวิ่งสอดเข้าชาร์จไม่ถึงบอล พลาดโอกาสทองฝังคู่แข่งอย่างน่าเสียดาย ผู้ตัดสินชูป้ายทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 7 นาที ทั้งสองทีมทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบ 90 นาที เสมอกันไป 1-1 ต้องไปบดกันต่อช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษ (Extra Time)
เริ่มเกมในช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรกลุยกันต่อในนาทีที่ 91 และเริ่มเกมได้เพียงนาทีเดียว GOAL! นาทีที่ 92 แฟนบอลอังกฤษได้เฮกันสนามแตกเมื่อ มอร์แกน โรเจอร์ส ได้โอกาสส่องไกลจากนอกกรอบ ผู้รักษาประตูนอร์เวย์รับบอลไม่อยู่ซองแตก และเป็น จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ตาไววิ่งตามมาซ้ำดาบสองจ่อ ๆ ส่งบอลซุกก้นตาข่ายไม่เหลือซาก อังกฤษพลิกแซงนำเป็น 2-1

ต่อมาในนาทีที่ 99 เกิดดราม่าสำคัญขึ้นเมื่อ เฌด สเปนซ์ โดนสกัดล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษแก่อังกฤษทันที ทว่าสัญญาณจากห้องวีเออาร์ (VAR) แจ้งเตือนให้กรรมการเดินไปเช็กภาพเหตุการณ์ที่จออย่างละเอียด ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเดินกลับมากลับคำตัดสินยกเลิกจังหวะจุดโทษดังกล่าว สกอร์ยังคงอยู่ที่ 2-1 จนจบครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษในนาทีที่ 105

ขยับมาครึ่งเวลาหลังของช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 106 นอร์เวย์ไม่มีอะไรจะเสียเปิดเกมรุกบุกแลกหวังตีเสมอ และในนาทีที่ 114 อันโตนิโอ นูซ่า ได้จังหวะซัดเต็มข้อในกรอบเขตโทษบอลพุ่งแรงแต่เหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียวไส้ ช่วงท้ายทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลังอีก 2 นาที ทัพนอร์เวย์โหมบุกหนักแต่แนวรับอังกฤษยังคงช่วยกันยันไว้ได้เหนียวแน่น

สิ้นเสียงนกหวีดยาวจากผู้ตัดสิน ทีมชาติอังกฤษ โชว์ความเก๋าพลิกนรกกลับมาเฉือนเอาชนะ ทีมชาตินอร์เวย์ ไปได้อย่างสุดตื่นเต้น 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ต่อไปในศึกฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ

11 ตัวจริงที่คาดของทั้งสองทีม
อังกฤษ (4-2-3-1): จอร์แดน พิคฟอร์ด – เฌด สเปนซ์, เอซรี คอนซ่า, แดน เบิร์น, นิโก้ โอไรลีย์ – เอลเลียต แอนเดอร์สัน, ดีแคลน ไรซ์ – บูกาโย ซาก้า, จู๊ด เบลลิงแฮม, แอนโธนี่ กอร์ดอน – แฮร์รี่ เคน

นอร์เวย์ (4-3-3) : เออร์ยาน นีลันด์ -ยูเลียน ไรเออร์สัน, คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์, ทอร์เบียร์น เฮกเกม, ดาวิด โมลเลอร์ โวล์ฟ – มาร์ติน โอเดการ์ด, แพทริก เบิร์ก, ซานเดอร์ เบิร์ก – ออสการ์ บ็อบบ์, เออร์ลิง ฮาลันด์, อันโตนิโอ นูซา

ผลงานในการพบกันของทั้งสองทีม
3 กันยายน 2014 : อังกฤษ 1-0 นอร์เวย์ (อุ่นเครื่อง)
26 พฤษภาคม 2012 : นอร์เวย์ 0-1 อังกฤษ (อุ่นเครื่อง)
11 ตุลาคม 1995 : นอร์เวย์ 0-0 อังกฤษ (อุ่นเครื่อง)
22 พฤษภาคม 1994 : อังกฤษ 0-0 นอร์เวย์ (อุ่นเครื่อง)
2 มิถุนายน 1993 : นอร์เวย์ 2-0 อังกฤษ (ฟุตบอลโลก 1994 รอบคัดเลือก)