โตมาอย่างรวย! “อดีตเด็กเก็บบอล” คู่กรณี “อาซาร์” เตรียมขายธุรกิจมูลค่า 500 ล้านปอนด์

จำกันได้ไหม? ชาร์ลี มอร์แกน อดีตเด็กเก็บบอลของสวอนซี ซิตี้ ซึ่งเคยตกเป็นข่าวดังไปทั่วโลกหลังถูก เอเด็น อาซาร์ เตะในเกมลีก คัพ เมื่อปี 2013 กำลังจะสร้างความฮือฮาอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าเขาเตรียมขายธุรกิจวอดก้าของตัวเองในมูลค่าสูงถึง 500 ล้านปอนด์

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2013 มอร์แกน ในวัย 17 ปี กลายเป็นประเด็นร้อน หลังเขานอนทับลูกบอลเพื่อถ่วงเวลาในเกมที่ สวอนซี พบ เชลซี ก่อน อาซาร์ จะพยายามแย่งบอลคืนด้วยการเตะใส่ตัวเขา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ดาวเตะชาวเบลเยียมถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม และกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สุดอื้อฉาวของฟุตบอลอังกฤษในยุคนั้น

ปัจจุบัน มอร์แกน วัย 30 ปี กลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังร่วมก่อตั้งแบรนด์ Au Vodka กับ แจ็กสัน ควินน์ เพื่อนสมัยเรียนในปี 2015 โดยล่าสุด Sky รายงานว่า ทั้งคู่กำลังเจรจาขายกิจการให้กับ Sazerac Company บริษัทเครื่องดื่มรายใหญ่จากสหรัฐฯ ด้วยมูลค่าที่อาจสูงถึง 500 ล้านปอนด์ หรือราว 22,300 ล้านบาท

เดลี เมล รายงานว่า Au Vodka เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีรายงานว่าสามารถจำหน่ายวอดก้าระดับพรีเมียมได้มากกว่า 35,000 ขวดต่อวัน

สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัทในเมืองสวอนซีถูกออกแบบให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของแบรนด์แบบเต็มที่ ทั้งภายนอก เพดาน คาเฟ่ และป้ายต่างๆ ล้วนตกแต่งด้วยสีทอง รวมถึงขวดวอดก้าซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Au Vodka

มอร์แกน เคยเปิดเผยเรื่องราวการเติบโตของบริษัทว่า จุดเริ่มต้นมาจากสำนักงานขนาดเพียง 250 ตารางฟุต ซึ่งมีเขา, ควินน์ และพนักงานอีกหนึ่งคนทำงานอยู่ ก่อนขยับไปยังโรงงานในสวอนซีและขยายทีมจนมีพนักงานถึง 96 คน

ปัจจุบันแบรนด์ยังได้รับการสนับสนุนจากคนดังหลายราย รวมถึง โรนัลดินโญ ตำนานฟุตบอลบราซิล และ ฟลอยด์ เมย์เวตเทอร์ อดีตแชมป์โลกมวยสากลชาวอเมริกัน

เรื่องราวระหว่าง มอร์แกน กับ อาซาร์ ยังไม่ได้จบลงเพียงเหตุการณ์ในปี 2013 เพราะทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้งในแคมเปญประชาสัมพันธ์ของ Au Vodka เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน

อาซาร์ และ มอร์แกน ร่วมถ่ายภาพโปรโมตสินค้าด้วยกัน โดยอดีตแข้ง เชลซี ถือแก้ว Au Vodka รสบลูราสป์เบอร์รี พร้อมโพสต์ข้อความแซวอดีตคู่กรณีว่า “ข้อดีอย่างหนึ่งของการแขวนสตั๊ดคือการได้กลับมาเจอเพื่อนเก่า”

อาซาร์ ยังโพสต์ภาพของทั้งคู่ที่กำลังเล่นหมากรุก โดยมีขวด Au Vodka วางอยู่บนกระดานอีกด้วย เป็นการแสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อกว่า 10 ปีก่อนได้กลายเป็นเพียงเรื่องราวในอดีตไปแล้ว

หากการเจรจาขายกิจการมูลค่า 500 ล้านปอนด์ ประสบความสำเร็จ มีรายงานว่า มอร์แกน และ ควินน์ อาจได้รับเงินคนละประมาณ 100 ล้านปอนด์ ขณะที่ทั้งคู่อาจยังคงมีบทบาทในบริษัทต่อไป

จากเด็กเก็บบอลที่เคยถูกนักฟุตบอลระดับโลกเตะกลางสนาม สู่การเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มมูลค่าหลายร้อยล้านปอนด์ เรื่องราวของ ชาร์ลี มอร์แกน จึงถือเป็นหนึ่งในเส้นทางชีวิตที่พลิกผันที่สุดของวงการฟุตบอลอย่างแท้จริง

หงส์ปิดฉากปรีซีซั่นสวย! อิราโอล่า ชี้จุดที่ทีมต้องเร่งยกระดับก่อนเปิดซีซั่น

อันโดนี่ อิราโอล่า เฮดโค้ช ลิเวอร์พูล รับฟอร์มครึ่งแรกทำได้ดีกว่าครึ่งหลัง พร้อมกระตุ้นลูกทีมยกระดับความฟิตให้สูงกว่านี้ และต้องมีสมาธิเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด เกมอุ่นเครื่องชนะ โคโม่ 2-0 พร้อมเก็บคลีนชีต

เอเจนต์ทำพิษ ซูซูกิ อดซบเปแอสเช, เอฟเวอร์ตัน สนรับเซ้ง เบน ไวท์: อัปเดตตลาดนักเตะ 16 ส.ค.

ไซออน ซูซูกิ โกลทีมชาติญี่ปุ่น อดย้ายไปเล่นกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หลังเอเจนต์นักเตะเรียกร้องค่าคอมมิชชั่นมากเกินไปจน “เปแอสเช” ล่มดีล ขณะที่ ลิเวอร์พูล ชะลอการคว้าตัว บรัดเลย์ บาร์กโกล่า เนื่องจากต้นสังกัดของนักเตะเรียกร้องค่าตัวแพงเกินไป ส่วน เอฟเวอร์ตัน สนใจรับเซ้ง เบน ไวท์ จาก อาร์เซน่อล หาก “ปืนใหญ่” สามารถคว้าตัว เอซรี คอนซ่า มาร่วมทัพได้สำเร็จ

ลูกากู ตั้งเป้าพูดตุรกีคล่องภายใน 3 เดือนหลังซบเฟเนร์บาห์เช เชื่อตัวเองเป็นคนเรียนรู้เร็ว

หัวหอกจอมเก๋าทีมชาติเบลเยียม ตั้งเป้าตัวเองสามารถพูดภาษาตุรกีได้ภายใน 3 เดือนหลังซบเฟเนร์บาห์เช เพราะมองว่าเป็นคนเรียนรู้เร็ว

พูดได้ภายใน 3 เดือน
นักฟุตบอลที่ไปรับใช้ทีมชาติในฟุตบอลโลก 2026 หลาย ๆ คนได้ย้ายไปเล่นกับทีมใหม่หลังจบทัวร์นาเมนต์ โรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยียมคือหนึ่งในนั้น

หลังล่าสุดเปิดตัวกับ เฟเนร์บาห์เช ทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศตุรกีเป็นที่เรียบร้อย พร้อมตั้งเป้าคืนฟอร์มเก่งยิงกระจายพาทีมคว้าแชมป์ให้ได้ตั้งแต่ปีแรก

นอกจากนั้น ลูกากู ยังได้ตั้งเป้าอีกหนึ่งเรื่องสำคัญไวก็คือเขาต้องการที่จะพูดภาษาตุรกีให้ได้ภายในเวลา 3 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นเอามาก ๆ หากจะให้พูดให้ได้คล่องเลย

หัวหอกวัย 33 ปี มองว่าเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะเจ้าตัวมองว่าเป็นคนที่เรียนรู้อะไรได้ไว ซึ่งก็น่าจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะหากจำกันได้ ลูกากู สามารถพูดได้หลากหลายภาษามาก ๆ

“วันพฤหัสบดี ผมสามารถเริ่มเรียนได้เลยนะ (ภาษาตุรกี)” ลูกากู กล่าว

“แล้วเรามาดูกันว่าผมจะสามารถพูดได้ดีแค่ไหน แต่เป้าหมายของผมก็คือผมต้องพูดได้คล่องภายในเวลา 3 เดือนครับ”

“ผมคิดว่าผมทำได้นะ มันเป็นเรื่องที่ยากแหละ แต่ผมมันเป็นพวกที่เรียนรู้อะไรไวอยู่แล้ว นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราทุกคนควรที่จะไปโรงเรียน”

ปัจจุบัน โรเมลู ลูกากู สามารถพูดได้ถึง 8 ภาษา ได้แก่ ฝรั่งเศส, ดัตช์ (ฟลามิช), อังกฤษ, สเปน, โปรตุเกส, อิตาลี, ลิงกาลา และเยอรมัน ทำให้ภาษาตุรกี กำลังจะกลายมาเป็นภาษาที่ 9 ที่เขาสามารถพูดได้ ซึ่งเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก ๆ สำหรับนักฟุตบอลคนหนึ่ง

สิงคโปร์ ดวล ไทย, มาเลเซีย บู๊ เวียดนาม: พรีวิวรอบรองชนะเลิศศึกชิงแชมป์อาเซียน

สิงคโปร์ พบ ไทย, 15 สิงหาคม
ทีมชาติไทยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศศึกชิงแชมป์อาเซียนมาแล้ว 11 ครั้ง และคว้าแชมป์ได้ถึง 7 สมัย โดยในปีนี้ ทีมชาติไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะคว้าถ้วยแชมป์มาครองให้ได้อีกครั้ง

ทีมของ แอนโธนี ฮัดสัน ทำผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบในรอบแบ่งกลุ่ม ด้วยการเก็บ 12 คะแนนเต็มจากความเป็นไปได้ทั้งหมด 12 คะแนน ยิงได้ 10 ประตู และไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว เกมรุกที่มีประสิทธิภาพและเกมรับที่แข็งแกร่งถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของทีมก่อนเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

ด้านสิงคโปร์มีผลงานในรอบแบ่งกลุ่มที่ไม่โดดเด่นเท่าไรนัก ในเกมแรก “เดอะ ไลออนส์” เอาชนะกัมพูชา โดยต้องรอจนถึงนาทีที่ 11 ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บจึงจะทำประตูชัยได้ หลังจากนั้นทีมเอาชนะติมอร์-เลสเต 2-0 และบุกไปเสมอเวียดนามแบบไร้สกอร์ แม้จะต้องออกแรงอย่างหนักก็ตาม

ก่อนเกมพบอินโดนีเซีย สิงคโปร์มีคะแนนนำคู่แข่งอยู่ 1 คะแนน และต้องการเพียงหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ที่สนามกีฬาจาลัน เบซาร์ เพื่อผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนเป็นฝ่ายขึ้นนำได้ตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง

สถานการณ์ของสิงคโปร์เกือบย่ำแย่ลงไปอีกในนาทีที่ 58 เมื่อ ซง อุย-ยอง ได้รับใบเหลืองที่สอง แต่หลังจากตรวจสอบภาพวิดีโอ ผู้ตัดสินได้ยกเลิกใบเหลืองที่สองของกองกลางรายนี้

หลังจากนั้น ทีมของ กาวิน ลี เดินหน้าพยายามทำประตูตีเสมอ และความพยายามก็ประสบความสำเร็จ ในนาทีที่ 66 อิลฮาน ฟานดี ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของอินโดนีเซียในกรอบเขตโทษ ก่อนส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย ช่วยให้ “เดอะ ไลออนส์” รอดพ้นจากความพ่ายแพ้และผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

เกมรอบรองชนะเลิศนัดแรกระหว่างสิงคโปร์กับไทยจะมีขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคม โดยผู้เชี่ยวชาญของ 1xBet มองว่า “ช้างศึก” เป็นทีมเต็ง และกำหนดอัตราต่อรองสำหรับชัยชนะของไทยไว้ที่ 1.55 ขณะที่อัตราต่อรองผลเสมออยู่ที่ 3.4 และชัยชนะของสิงคโปร์อยู่ที่ 5.94

มาเลเซีย พบ เวียดนาม, 16 สิงหาคม
หลังผ่านการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มไป 3 นัด ทีมชาติมาเลเซีย หรือ “เสือมลายู” รั้งอันดับสองของกลุ่มบีด้วย 6 คะแนน ซึ่งเมียนมาก็มี 6 คะแนนเท่ากัน ทำให้การผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ต้องไปตัดสินกันในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม

มาเลเซียได้ประตูขึ้นนำค่อนข้างเร็วในเกมเปิดบ้านพบฟิลิปปินส์ ในนาทีที่ 16 ทีมได้บอลกลับคืนมาจากการเพรสซิ่งอย่างหนักในแดนของคู่แข่ง ก่อนที่ วาน คูไซน์ จะเปิดบอลอย่างยอดเยี่ยมเข้าไปในกรอบเขตโทษ และ ปาวีตรัน กูนาลัน โหม่งบอลเข้าไปอย่างแม่นยำ

หลังจากนั้น “เสือมลายู” ยังสร้างโอกาสดี ๆ ได้อีกหลายครั้ง แต่เน้นไปที่การรักษาความได้เปรียบและเกมรับ โดยเปิดโอกาสให้คู่แข่งมีโอกาสยิงเข้ากรอบเพียงครั้งเดียวตลอดทั้งเกม ชัยชนะ 1-0 ช่วยให้ทีมของ ตัน เชง โฮ แซงหน้าเมียนมาขึ้นมาในกลุ่มได้สำเร็จ หลังเมียนมาพ่ายแพ้ต่อไทยในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม

สำหรับเวียดนาม การผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์เป็นเรื่องที่ง่ายกว่า โดย “ทัพดาวทอง” จบอันดับหนึ่งของกลุ่มเอด้วยการเก็บ 10 คะแนน จากการลงสนาม 4 นัด ทีมเสียประตูเพียงครั้งเดียว และยิงได้ถึง 13 ประตู ซึ่งถือเป็นสถิติการทำประตูที่ดีที่สุดในบรรดาทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนในปีนี้

เวียดนามจะลงสนามพบมาเลเซียในเกมรอบรองชนะเลิศนัดแรก วันที่ 16 สิงหาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดย 1xBet ประเมินอัตราต่อรองชัยชนะของ “ทัพดาวทอง” ไว้ที่ 1.68 ขณะที่อัตราต่อรองผลเสมออยู่ที่ 3.1 และชัยชนะของมาเลเซียอยู่ที่ 4.99

เลือกทีมที่คุณชื่นชอบจากการวิเคราะห์ของ 1xBet และร่วมเชียร์ทีมของคุณในรอบน็อกเอาต์ศึกชิงแชมป์อาเซียน!

ลูกเขยแฟนอาร์เซนอลอย่างแสบ ขิงพ่อตาที่เป็นแฟนสเปอร์ส “อย่างน้อยลูกสาวพ่อก็ได้อยู่ฝั่งผู้ชนะสักทีนะครับ”

เจ้าบ่าวที่เป็นแฟนบอล อาร์เซนอล อย่างปั่น กล่าวสุนทรพจน์ในงานแต่งโดยใจความสำคัญคือขิงพ่อตาที่เป็นแฟนบอล สเปอร์ส

ลูกเขยจอมแสบ

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า อาร์เซนอล และ สเปอร์ส นั้นเกลียดกันเข้าไส้ แต่คุณลองจินตนาการดูสิว่าจะเป็นอย่างไรถ้าแฟนบอลไอปืนใหญ่ต้องแต่งงานกับลูกสาวของแฟนบอลไก่เดือยทอง…

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในงานแต่งงานของ จอร์แดน เจ้าบ่าวซึ่งเป็นแฟนบอลของ อาร์เซนอล กับเจ้าสาวอย่าง รีเบ็คก้า ผู้ซึ่งมีคุณพ่อเป็นแฟนบอลพันธ์แท้ของ สเปอร์ส ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมาทั้งสองทีมนั้นผลงานต่างกันราวฟ้ากับเหว

โดยในช่วงกล่าวสุนทรพจน์ จอร์แดน ลุกขึ้นมากล่าวถึงความรู้สึกที่จะได้กลายเป็นคู่ชีวิตของ รีเบ็คก้า แต่ดูเหมือนสิ่งที่เขาเตรียมมาจะเป็นการขิงพ่อตาซะมากกว่า

“มันคงไม่ใช่ทุกวันนะครับที่เราจะได้มาร่วมฉลองงานแต่งงาน และไม่ใช่ทุกวันที่เราจะได้เห็นคนที่เรารักและห่วงใยทุกคนมารวมตัวกันในห้อง ๆ นี้” เจ้าบ่าวเริ่มกล่าว

“และที่สำคัญ มันไม่ใช่ทุกวันเลยครับที่สองคู่ปรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกฟุตบอลจะมารวมกันเป็นครอบครัวเดียวกัน”

“ตอนที่ผมไปขออนุญาตคุณ แกร์รี (พ่อเจ้าสาว) เพื่อแต่งงานกับ เบ็คกี คำตอบของเขาเป็นอย่างที่คุณคิดเลยครับ เขาตอบตกลงทันที แต่ก็ไม่ลืมที่จะทักขึ้นมาทันควันว่าลูกสาวของเขากำลังจะแต่งงานกับ ‘เด็กปืน’ นะเนี่ย”

“แต่มองในแง่ดีนะครับคุณแกร์รี…อย่างน้อย เบ็คกี ก็จะได้มาอยู่ฝั่งผู้ชนะสักทีนะครับ!” จากนั้นแขกในงานก็ส่งเสียงเฮกันลั่น…แต่ยังไม่จบ จอร์แดน ยังกล่าวต่อว่า

“ผมยังจำวันที่ เบ็คกี พาผมไปแนะนำให้รู้จักกับพ่อของเธอได้ดี เธอเตือนผมไว้ก่อนเลยว่าพ่อของเธอเป็นแฟนสเปอร์สเดนตาย แต่ในหัวของผมตอนนั้นสิ่งเดียวที่ผมคิดได้คือ ‘ลูกสาวของเขากำลังนอนกับศัตรูชัดๆ’”

“จริง ๆ ผมเล่นมุกยิงใส่คุณแกร์รี และ สเปอร์ส อันเป็นที่รักของเขาได้ทั้งคืนเลยนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาคงจะบอบช้ำกันมามากพอแล้วสำหรับปีนี้ และต่างจาก สเปอร์ส ผมอยากให้สุนทรพจน์ครั้งนี้จบลงด้วยความสำเร็จจริง ๆ ครับ”

ไม่รู้ว่าหลังจากนี้เจ้าบ่าวสุดแสบจะเป็นยังไงต่อ แต่ที่แน่ ๆ นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ ครั้งหน้า ถ้า อาร์เซนอล แพ้ขึ้นมาละก็เขาคงได้โดนพ่อตากระหน่ำเอาคืนแบบทบต้นทบดอกแน่ ๆ

ตาย ไม่ตาย? เมื่อแข้งไนจีเรียถูกยืนยันว่าเสียชีวิต ก่อนฟื้นขึ้นมาในห้องเก็บศพ

 หลอกใครหลอกได้ แต่หลอกหมอไม่ได้ คงเป็นประโยคที่ใครหลาย ๆ คนใช้ และเช่นเดียวกัน หมอก็คงหลอกคนไข้ไม่ได้โดยเฉพาะเรื่องความเป็นความตาย

ทว่าในวงการฟุตบอลแอฟริกันตอนนี้กำลังเกิดเรื่องวุ่น ๆ อยู่ หลัง ชีเนดู โอซอร์ นักเตะชาวไนจีเรียล้มหมดสติระหว่างการแข่งขันก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ซึ่งหมอที่รับดูเคสนี้ก็ยืนยันว่าแข้งรายนี้เสียชีวิตแล้ว

อย่างไรก็ตาม ต่อมาไม่นานก็เกิดเรื่องที่ทั้งช็อคทั้งน่าขนลุกขึ้น เมื่อมีรายงานว่ามือของนักเตะมีการเคลื่อนไหวขณะอยู่ในห้องเก็บศพซะอย่างนั้น

หมดสติระหว่างปรีซีซั่น

ตามข้อมูลจาก นาซีร์ กีเด เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของต้นสังกัดอย่าง คัตซินา ยูไนเต็ด โอซอร์ ล้มหมดสติหลังเกมอุ่นเครื่องกับไนเจอร์ ทอร์นาโดส์ดำเนินไปเพียง 9 นาที

นักเตะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองกิดาน ดาวา ก่อนที่แพทย์จะยืนยันว่าเขาเสียชีวิตแล้ว จากนั้นมีการนำร่างไปยังโรงพยาบาลคัตซินา เจเนอรัล ซึ่งก็ได้รับการยืนยันการเสียชีวิตอีกครั้ง

แต่ระหว่างที่กำลังนำร่างไปยังห้องเก็บศพ กลับเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสับสนขึ้นมา

ฟื้นจากความตาย?

กีเด เปิดเผยว่า เพื่อนสนิทของ โอซอร์ เป็นผู้สังเกตเห็นว่ามือของนักเตะมีการเคลื่อนไหว ขณะอยู่ที่ห้องเก็บศพ ทำให้ครอบครัวรีบขอให้อย่านำร่างฝากไว้ในห้องเก็บศพจนกว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงและตรวจสอบด้วยตัวเอง

“รูมเมทของเขาบอกว่าสังเกตเห็นนักกีฬาคนนั้นขยับมือขณะอยู่ที่ห้องเก็บศพ ครอบครัวจึงขอให้รอจนกว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงก่อนจึงจะนำศพไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บศพได้” นาซีร์ กีเด กล่าว

จากนั้น โอซอร์ ก็ถูกนำกลับไปยังโรงพยาบาลและเข้ารับการดูแลใน ห้อง ICU พร้อมเครื่องช่วยพยุงชีวิตเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ตามคำร้องขอของครอบครัว เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความหวังว่า โอซอร์ อาจรอดชีวิต หลังมีรายงานไปทั่วว่าเขายังมีสัญญาณชีพ แม้ก่อนหน้านั้นจะถูกแพทย์ประกาศว่าเสียชีวิตแล้ว

ทำเอาครอบครัวของ โอซอร์ มีลุ้นว่าเขาจะยังกลับมามีชีวิตได้ ในขณะที่ ฮาร์ทแลนด์ เอฟซี ซึ่งเป็นอดีตสโมสรของนักเตะรายนี้ก็ได้โพสต์อัพเดตว่า โอซอร์ ยังไม่ตาย และกำลังถูกดูแลโดยแพทย์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง

ตาย หรือ ไม่ตาย?

อย่างไรก็ตาม แม้ทีมแพทย์จะพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และเฝ้าดูอาการใน ICU แต่ล่าสุด คัตซินา ยูไนเต็ด ออกมายืนยันว่า โอซอร์ ได้เสียชีวิตแล้ว

เหตุการณ์นี้ยังสร้างความสับสนอย่างมากในช่วงแรก เนื่องจากก่อนมีรายงานเรื่องสัญญาณชีพ รัฐบาลรัฐคัตซินาได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนักเตะไปแล้ว

ทาง โอวี อโดยี นักข่าวท้องถิ่นของไนจีเรียได้ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังของเหตุการณ์แปลก ๆ นี้ทั้งหมดว่าเกิดขึ้นจากการตีความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนย้ายร่างของเขาจากห้องเก็บศพไปยังโรงพยาบาลเอาเอง ไม่ใช่การยืนยันทางการแพทย์ว่าเขาฟื้นคืนสติหรือกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ มือของ โอซอร์ น่าจะเกิดการขยับจากการเคลื่อนย้ายจากห้องพยาบาลไปยังห้องเก็บศพซะมากกว่า จนทำให้เพื่อนสนิทของเขาไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วนแล้วตีความไปเองว่า โอซอร์ ยังคงมีชีวิตอยู่

สำหรับ โอซอร์ เพิ่งย้ายมาร่วมทีม คัตซินา ยูไนเต็ด เพื่อเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลใหม่ และการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของเขาได้สร้างความสะเทือนใจให้กับวงการฟุตบอลไนจีเรียอย่างมาก รวมถึงการตระหนักถึงเรื่องการดูแลสุขภาพเพื่อลดโอกาสการเสียชีวิตแบบเดียวกันกับในเคสของ โอซอร์ ด้วย

ไขข้อสงสัย : ทำไม เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา และ แอต.มาดริด ไม่มีเกมลงเล่นลาลีกานัดแรกสุดสัปดาห์นี้?

ลาลีกา สเปน เป็นลีกแรกใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ที่จะเปิดฤดูกาล 2026-27 หลังเตรียมกลับมาฟาดแข้งกันในสุดสัปดาห์นี้

แต่ปรากกฎว่าในแมตช์เดย์แรกของลาลีกา 3 ยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา และ แอต.มาดริด นั้นไม่มีเกมลงสนาม เท่ากับว่าสัปดาห์แรกจะมีการแข่งขันเพียงแค่ 7 คู่เท่านั้น

เพราะอะไร 3 สโมสรยักษ์ใหญ่ของลีกถึงไม่มีเกมลงเล่นในแมตช์เดย์แรกของลาลีกาสุดสัปดาห์นี้? ตามหาคำตอบได้ที่นี่

ทำไม เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา และ แอต.มาดริด ไม่มีเกมลงเล่นลาลีกานัดแรกสุดสัปดาห์นี้?

ศึกลาลีกา สเปน ฤดูกาล 2026-27 มีกำหนดเปิดฤดูกาลในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม แต่ เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา และ แอต.มาดริด จะเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ช้ากว่าทีมอื่นหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากมีผู้เล่นผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึกฟุตบอลโลก 2026

โดยก่อนหน้านี้ AFE หรือสมาคมนักฟุตบอลอาชีพสเปนได้คัดค้านการเริ่มฤดูกาลในช่วงกลางเดือนสิงหาคม เนื่องจากนักเตะที่ผ่านเข้ารอบลึก ๆ ในศึกฟุตบอลโลก จะไม่มีเวลาเพียงพอสำหรับการพักผ่อนและการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาล

ซึ่งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมาตัวแทนของสโมสรในลาลีกาได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ใช้วิธีแบ่งโปรแกรมการแข่งขันในสัปดาห์แรกออกเป็นส่วน ๆ โดยสโมสรต่าง ๆ ตกลงร่วมกันว่าทีมที่มีผู้เล่นลงแข่งขันในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 จะได้รับการเลื่อนโปรแกรมการแข่งขันนัดเปิดฤดูกาลออกไป

“ข้อตกลงร่วมกับ AFE จะได้รับการปฏิบัติตามอย่างครบถ้วนสำหรับผู้เล่นทุกคน” ฆาเบียร์ เตบาส ประธานลาลีกากล่าว

“ผู้เล่นทุกคนจะได้รับเวลาพัก 3 สัปดาห์นับจากเกมสุดท้ายในฟุตบอลโลก และมีเวลาเตรียมตัวอีก 3 สัปดาห์ เราสามารถแบ่งโปรแกรมสัปดาห์แรกออกเป็น 6 นัดที่จะเตะภายในวันที่ 14 สิงหาคม ส่วนอีก 3 หรือ 4 นัดที่เหลือจะขยับไปเตะในช่วงกลางสัปดาห์ของเดือนสิงหาคม ซึ่งอยู่ระหว่างโปรแกรมสัปดาห์ที่ 2 และ 3”

เดิมที เรอัล มาดริด มีกำหนดจะประเดิมฤดูกาลด้วยการเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เรอัล โซเซียดาด ส่วน บาร์เซโลนา จะเปิดรังรับมือ แอธเลติก บิลเบา ขณะที่ แอต. มาดริด จะพบกับน้องใหม่อย่าง มาลากา

จากกฎดังกล่าวส่งผลให้เกมลีกนัดแรกของ โชเซ มูรินโญ ในการกลับมาคุม เรอัล มาดริด คำรบสอง คือการออกไปเยือน เอสปันญอล ในคืนวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม เวลา 02.30 น. ส่วนเกมที่พบกับ เรอัล โซเซียดาด จะเลื่อนไปเป็นคืนวันพุธที่ 26 สิงหาคม เวลา 02.00 น. แทน

ในขณะเดียวกันนัดแรกของแชมป์เก่า บาร์เซโลนา จะเปลี่ยนเป็นการออกไปเยือน เอลเช ในคืนวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม เวลา 02.30 น. และเกมที่พบกับ บิลเบา จะขยับไปแข่งขันในคืนวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม เวลา 02.00 น.

แต่ แอต.มาดริด ไม่ต้องเลื่อนไปไกลเหมือนกับทั้งสองทีมข้างต้น เพราะพวกเขาจะขยับไปพบกับ มาลากา ในคืนวันพุธที่ 19 สิงหาคมนี้ เวลา 02.00 น.

ซูเปอร์มัมของ ป็อกบา : เยโอ โมริบา เลี้ยงลูก ๆ อย่างไร ถึงเติบโตเป็นนักเตะอาชีพกันทุกคน?

หากตัดเรื่องราวดราม่าภายในครอบครัวออกไป 3 พี่น้องตระกูลป็อกบานับว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งบนถนนลูกหนัง เพราะพวกเขาสามาถทำตามฝันในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้ทุกคน

สองฝาแฝดอย่าง ฟลอร็องแตง และ มาติอัส แม้จะไม่เคยค้าแข้งกับสโมสรระดับโลก แต่พวกเขาก็ก้าวไปติดทีมชาติกินีชุดใหญ่ได้ด้วยกันทั้งคู่ ส่วนน้องเล็กอย่าง ปอล ไม่ต้องพูดถึง เขามีดีกรีเป็นแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศส

ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จของลูก ๆ ทั้ง 3 คน นั้นได้รับการประคบประหงมจาก เยโอ โมริบา คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวชาวกินีที่ต้องเลี้ยงดูพวกเขาตามลำพัง

เยโอ โมริบา เธอเลี้ยงลูกชายทั้ง 3 คน อย่างไร ถึงได้เติบโตเป็นนักเตะอาชีพกันทุกคน? ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่นี่

ซูเปอร์มัมของ ป็อกบา

เยโอ โมริบา เกิดที่ประเทศกินี แต่ต่อมาเธอได้ย้ายไปอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสและตั้งรกรากในย่านชานเมืองของกรุงปารีส โดยเธอแต่งงานกับ ฟัสซู อองตวน ป็อกบา ซึ่งเคยเป็นวิศวกรด้านโทรคมนาคมในกินี และมีลูกด้วยกัน 3 คน

แม้ อองตวน จะเป็นคนปลูกฝังให้ลูกทั้ง 3 คน หลงไหลในกีฬาลูกหนังโดยมักจะพาไปเล่นฟุตบอลหรือดูการแข่งขันอยู่เป็นประจำ แต่หลังจากที่เขาแยกทางกับภรรยาในปี 1996 ขณะที่ ปอล อายุได้เพียง 2 ขวบ ก็เป็น เยโอ ที่ต้องทำหน้าที่แม่เลี้ยงเดี่ยว

เธอเลี้ยงดูลูกชายทั้ง 3 คนเพียงลำพังในแฟลตแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในย่านที่ค่อนข้างมีความเป็นอยู่ยากลำบากอย่าง Renardiere ในเมือง Roissy-en-Brie แต่ด้วยความสารถด้านฟุตบอลของลูก ๆ ทำให้พวกเขาแยกย้ายไปอยู่ในทีมเยาวชนของสโมสรต่าง ๆ

ฟลอร็องแตง และ มาติอัส ย้ายไปอยู่กับ เซลต้า บีโก้ ที่ประเทศสเปน ขณะที่ ปอล ซึ่งอายุน้อยกว่าคู่แฝด 3 ปี ไปอยู่กับ เลอ อาฟร์ และทุกครั้งที่ว่างจากการทำงาน เยโอ ก็มักจะคอยไปเยี่ยมลูก ๆ ของเธอ และให้กำลังใจพวกเขาอยู่เสมอ

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เมื่อคุณมีลูกชายและต้องเลี้ยงดูพวกเขาด้วยตัวคนเดียว คุณจำเป็นต้องเข้มงวดกับพวกเขามาก คุณต้องมีความเข้มงวดและอ่อนโยนไปพร้อม ๆ กัน” เยโอ โมริบา เผยกับ fifa.com

“ฉันเล่นกีฬามาหลายประเภท แต่สุดท้ายก็เลือกฟุตบอล เราตั้งทีมขึ้นมาและฉันก็ได้เป็นกัปตันทีมหญิงของเรา บางทีเรื่องนี้อาจจะถูกส่งต่อไปยังลูกๆ ของฉันทางพันธุกรรมก็ได้ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“ทั้ง 3 คนตัวติดกันตลอดจนกระทั่งต้องแยกย้ายกันไป ปอล ย้ายไปอยู่กับ เลอ อาฟร์ ส่วนลูกแฝดอีกสองคนย้ายไปที่สเปน”

“สุดสัปดาห์หนึ่งฉันจะไปเยี่ยม ปอล แล้วสัปดาห์ถัดมาก็จะไปเยี่ยมลูกแฝด ทุกครั้งที่ต้องแยกจากกัน ฉันมักจะบอกพวกเขาเสมอว่า ‘ลูกจากบ้านเกิดมาเพื่อทำตามเป้าหมาย ดังนั้นจงพยายามให้ดีที่สุดเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้นนะ’”

ขณะที่เพื่อนบ้านในย่าน Renardiere ซึ่งเห็นการเจริญเติบโตของเด็ก ๆ ตระกูลป็อกบา ก็ได้อธิบายว่า เยโอ เลี้ยงลูกของเขาให้เป็นเด็กดีได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ย่านที่ครอบครัวอาศัยอยู่เต็มไปด้วยความอันตราย

“เธอไม่เคยต้องการให้เขาลืมตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง หรือลืมความภาคภูมิใจในการเป็นมุสลิม” เพื่อนบ้านรายนี้กล่าว

“พวกเขามักจะไปละหมาดที่มัสยิดในละแวกบ้านและปฏิบัติตามศาสนกิจในช่วงวันสำคัญทางศาสนา เยโอ เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้มีส่วนช่วย ปอล อย่างมากในช่วงที่เขาเติบโตขึ้นมา”

“Roissy-en-Brie อาจเป็นย่านที่ค่อนข้างอันตราย แต่ลูกชายตระกูลป็อกบาไม่เคยสร้างปัญหาใด ๆ เลย พวกเขาเป็นเด็กหนุ่มที่นิสัยดีมาก กีฬาชนิดแรกที่พวกเขาเล่นได้เก่งมากคือปิงปอง ซึ่งนั่นสะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาเป็นคนที่มีนิสัยอ่อนโยนเพียงใด”

ท้ายที่สุดทั้ง 3 คน ก็สามารถก้าวมาเป็นนักเตะอาชีพได้อย่างที่พวกเขาและคุณแม่ต้องการ ฟลอร็องแตง เริ่มต้นกับ เอสซี ซีดาน และมีโอกาสค้าแข้งกับทีมดังอย่าง แซงต์ เอเตียน รวมถึง แอตแลนต้า ยูไนเต็ด และติดทีมชาติกินีถึง 31 นัด

ส่วน มาติอัส นั้นเริ่มต้นกับ แก็งแปร์ แถมยังเคยมาค้าแข้งในอังกฤษกับ เร็กซ์แฮม, ครูว์ อเล็กซานดร้า และ ครอว์ลี่ย์ ทาวน์ ก่อนจะแขวนสตั๊ดกับ แบลฟอร์ ในปี 2022 โดยผ่านการติดทีมชาติกินี 5 นัด

และ พอล ได้กลายไปเป็นเด็กปั้นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนจะย้ายไประเบิดฟอร์มกับ ยูเวนตุส จนปีศาจแดงต้องทุ่มเงินระดับประวัติศาสตร์คว้าตัวกลับไปร่วมทีม และไฮไลท์สำคัญในการอาชีพก็คือการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 กับทีมชาติฝรั่งเศส

“ลูก ๆ เปรียบเสมือนเพื่อนของฉัน เราเล่าทุกเรื่องราวให้กันและกันฟังเสมอ ฉันมักจะบอกพวกเขาว่าพวกเขาสามารถทำทุกอย่างให้สำเร็จได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังด้วยเพราะชีวิตนั้นมีความซับซ้อน”

“ฉันบอกพวกเขาว่า ไม่ว่าจะในวัยนี้หรือในอนาคต ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันก็จะคอยชี้แนะแนวทางให้พวกเขาเสมอ” เยโอ โมริบา กล่าวถึงความสัมพันธ์ของเธอกับลูก ๆ

ตลาดนักเตะสเปอร์ส : ข่าวซื้อขาย, การย้ายทีม อัปเดตล่าสุด

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่ได้ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ มากู้วิกฤติช่วงโค้งสุดท้าย รอดตกชั้นแบบหวุดหวิด หลังต้องลุ้นจนถึงนัดสุดท้าย ทำให้ตลาดรอบนี้พวกเขาต้องเสริมทัพให้ดีกว่าเดิม

โดยพวกเขาเสริมทัพแบบบ่าระห่ำ โดยเฉพาะ 2 บิ๊กดีลแดนกลางอย่าง มาเตอุส เฟอร์นานเดส และ ซานโดร โตนาลี ที่ค่าตัวรวมกันเกือบ 200 ล้านปอนด์

เพื่อไม่ให้พลาดความเคลื่อนไหว ติดตามข่าวซื้อขาย และการย้ายทีมของผู้เล่น ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ประจำตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2026 ได้ทาง The Sporting News Thailand

อัปเดตตลาดซื้อขายนักเตะสเปอร์ส ฤดูกาล 2026-27

เข้า

  • แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (ลิเวอร์พูล)
  • มาร์กอส เซเนเซี (บอร์นมัธ)
  • ยาน พอล ฟาน เฮคเค่อ (ไบรท์ตัน)
  • มาร์ติน ดูบราฟกา (เบิร์นลีย์)
  • มาเตอุส เฟอร์นานเดส (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)
  • ซานโดร โตนาลี (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด)
  • โคล แรมซีย์ (แอสตัน วิลล่า)
  • ออก
  • เจา ปาลินญา *กลับต้นสังกัด
  • อีฟส์ บิสซูม่า
  • อเลโฆ เบลิซ (บาเฮีย)
  • ลูก้า กันเตอร์ (บอร์แฮมวู้ด) *ยืมตัว
  • อัลฟี เดอไวน์ (เปรสตัน นอร์ธ เอนด์)
  • ยูซุฟ อัคฮัมริช (เลย์ตัน โอเรียนต์) *ยืมตัว
  • ลูก้า วูสโควิช (ไบรท์ตัน)
  • ราดู ดรากูชิน (ฟิออเรนตินา) *ยืมตัว
  • ไทแนน ธอมป์สัน (แมนฯ ยูไนเต็ด)
  • เอไลจาห์ อัปสัน (อาร์เซนอล)
  • เบลค ไอโรว์ (เชสฮันต์ เอฟซี) *ยืมตัว
  • มานอร์ โซโลมอน (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)