เล่นกีฬาเพื่อรักษาโรคร้าย : เมื่อจุดเริ่มต้นบนถนนลูกหนังของ บรูโน่ กิมาไรส์ เกิดจากคำสั่งแพทย์

เด็กผู้ชายชาวบราซิลส่วนใหญ่เกิดมาพร้อมกับความฝันในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพและติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำตามฝันนั้นได้สำเร็จ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “บรูโน่ กิมาไรส์”

แม้ว่าทุกวันนี้ กิมาไรส์ จะได้เป็นนักเตะอาชีพสมใจ แต่แท้จริงแล้วจุดเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังของเขาไม่ได้เริ่มมาจากความฝันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันเกิดจากคำแนะนำของแพทย์ที่ต้องการให้เขาเล่นกีฬาเพื่อรักษาอาการปวดบอม

เรื่องราวในวัยเด็กของ บรูโน่ กิมาไรส์ เป็นอย่างไรบ้าง? ติดตามได้ที่นี่

เล่นกีฬาเพื่อรักษาโรคร้าย
“พ่อแม่เล่าให้ฟังว่าอาการตอนนั้นหนักมากและเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับพวกท่าน” บรูโน่ กิมาไรส์ ย้อนเรื่องราววัยเด็กตั้งแต่ยังจำความไม่ได้…

ย้อนกลับไปตอนที่ บรูโน่ กิมาไรส์ ลืมตาดูโลก เขาถูกตรวจพบว่ามีอาการปอดบวมตั้งแต่อายุเพียงขวบเดียวเท่านั้น ก่อนที่อาการจะกลับมาอีกครั้งตอนอายุ 3 ขวบ ทางแพทย์จึงได้แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ของเขาพาไปเล่นกีฬาเพื่อช่วยในการฟื้นตัว

แรกเริ่มเดิมทีครอบครัวได้พา กิมาไรส์ ไปเล่นกีฬาว่ายน้ำ ซึ่งถึงแม้การว่ายน้ำจะช่วยแก้ปัญหาสุขภาพได้ตามวัตถุประสงค์ของแพทย์ แต่เจ้าหนู กิมาไรส์ กลับไม่ชื่นชอบมันซะเลย จนต้องอ้อนคุณแม่เพื่อขอเปลี่ยนไปเล่นกีฬาฟุตบอลแทน

“ผมมีวัยเด็กที่ยอดเยี่ยมมาก ผมใช้โอกาสที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด และแทบไม่มีอุปสรรคอะไรเลย” ดาวเตะแซมบ้าเผยผ่านเว็บไซต์ newcastleunited.com

“จริง ๆ แล้วผมเริ่มเล่นกีฬาก็เพราะอาการป่วย ตอนอายุประมาณ 3 ขวบ ผมเป็นโรคปอดบวม หมอเลยแนะนำให้พ่อแม่พาผมไปฝึกเล่นกีฬา สิ่งแรกที่แม่ทำคือส่งผมไปเรียนว่ายน้ำอยู่ประมาณปีครึ่ง ผมเลยไปว่ายน้ำแทนที่จะได้เล่นฟุตบอล”

“ผ่านไปประมาณหนึ่งปี ผมบอกแม่ว่าผมไม่ค่อยชอบว่ายน้ำเท่าไหร่และอยากเล่นฟุตบอลมากกว่า แม่เลยติดต่ออคาเดมีของสโมสรวาสโก ให้ ตอนนั้นเราอาศัยอยู่ที่ย่านเซา คริสโตวาว ครั้งแรกที่ผมได้เล่นฟุตบอลจริง ๆ ก็คือกับทีม วาสโก ดา กามา”

“สรุปคือผมเข้าสู่วงการกีฬาเพราะอาการป่วยจากโรคปอดบวม แต่จุดเริ่มต้นมันคือการว่ายน้ำไม่ใช่ฟุตบอล แม่ไม่ค่อยชอบฟุตบอลเท่าไหร่เพราะพ่อมักจะเล่นฟุตบอลอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นอาการป่วยจึงเป็นสิ่งที่พาผมเข้าสู่เส้นทางนี้ผ่านทางกีฬาว่ายน้ำ”

“มันต้องอาศัยความพยายามอย่างหนัก ผมชอบฟุตบอลมากก็จริงแต่ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร เลยต้องทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนัก แต่เพราะความชอบที่มีมากนี่แหละที่ทำให้ผมเรียนรู้ได้เร็ว”

“แม่ผมมีพี่น้องตั้ง 11 คน ผมเลยมีลูกพี่ลูกน้องเยอะมาก มันสนุกและดีจริง ๆ ผมเองก็มีเพื่อนเยอะด้วย เรามักจะเล่นฟุตบอลกันตลอด ผมมักจะมีเพื่อนมาค้างที่บ้าน หรือไม่ก็ไปค้างบ้านเพื่อนอยู่บ่อย ๆ”

หลังจากหายจากอาการปวดบอมเป็นปลิดทิ้งและเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง บรูโน่ กิมาไรส์ ก็ได้เข้าไปอยู่ในทีมเยาวชนของ ออแด็กซ์ ริโอ และได้ประเดิมสนามในนามทีมชุดใหญ่ตอนอายุ 17 ปี จน แอตเลติโก้ พาราเนนเซ่ คว้าตัวไปร่วมทีม

จากนั้นการผจญภัยในแผ่นดินยุโรปก็เริ่มขึ้นเมื่อ โอลิมปิก ลียง คว้าตัวเขาไปร่วมทีมเมื่อปี 2020 ก่อนจะยกระดับฝีเท้าจนได้ย้ายมาอยู่กับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และ อาร์เซนอล ในเวลาต่อมา อีกทั้งยังสามารถก้าวมาเป็นแข้งคนสำคัญของทีมชาติบราซิลได้อีกด้วย