ทูเคิล เหวอเลยจังหวะนี้! สโตนส์ สุดปั่นแกล้งทำเจ็บแขน ก่อนแดนซ์กระจายในห้องแต่งตัว

หลังผ่านเกมที่ทำเอาแฟนบอลอังกฤษหัวใจแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่ม พลพรรค “สิงโตคำราม” ยังมีโมเมนต์ให้แฟนบอลได้ยิ้มตามในห้องแต่งตัว เมื่อ จอห์น สโตนส์ แนวรับตัวเก๋า เล่นมุกแกล้งทำเป็นเจ็บแขน จน โธมัส ทูเคิล ถึงกับหันมาด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกเฉลยว่าเป็นเพียงการหยอกกันหลังเกมเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นกลับมีจังหวะที่ทำให้บรรยากาศฉลองชัยชนะสะดุดลงด้วย เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้รับบาดเจ็บหนักระหว่างฉลองชัยกับแฟนบอลหลังเกม โดยรายงานระบุว่าเจ้าตัวล้มผิดจังหวะขณะพยายามกระโดดข้ามป้ายโฆษณา จนต้องได้รับการปฐมพยาบาลในสนาม ถูกหามออกด้วยเปล และนำตัวส่งโรงพยาบาล 

สโตนส์แกล้งเจ็บแขน ทำเอาทูเคิลเหวอ

จังหวะไวรัลเกิดขึ้นหลังเกมในห้องแต่งตัว เมื่อแอคเคานต์อย่างเป็นทางการของทีมชาติอังกฤษปล่อยคลิปบรรยากาศฉลองชัย โดยในคลิป จอห์น สโตนส์ ทำท่าเหมือนมีอาการเจ็บแขน ขณะที่ ดีแคลน ไรซ์ ก็เล่นตามน้ำ ทำท่าชี้บอกเหมือนอาการของเพื่อนร่วมทีมดูหนักเอาเรื่อง

สิ่งที่ทำให้คลิปนี้ยิ่งฮาคือปฏิกิริยาของ โธมัส ทูเคิล ที่หันมามองทันทีด้วยสีหน้าตกใจแบบปิดไม่มิด เพราะสถานการณ์แนวรับอังกฤษตอนนี้ก็ใช่ว่าจะสบายอยู่แล้ว ทั้งความฟิตของผู้เล่นหลายราย รวมถึงเกมล่าสุดที่ต้องเสียควอนซาห์จากใบแดง ทำให้แค่เห็นสโตนส์เหมือนมีอาการบาดเจ็บ ก็ทำให้กุนซือชาวเยอรมันหัวใจตกไปอยูที่ตาตุ่ม

แต่ก่อนที่ทูเคิลจะได้คิดไปไกลกว่านั้น สโตนส์ก็เฉลยทันทีด้วยการเปลี่ยนจากท่าทางเจ็บแขน มาเป็นชูมือเต้นตามจังหวะเพลงแบบสุดปั่น เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วมทีม และทำให้โมเมนต์ตึงเครียดหลังเกมกลายเป็นภาพสนุก ๆ ที่แฟนบอลอังกฤษแชร์กันอย่างรวดเร็ว

เรียกได้ว่าเป็นจังหวะ “เหวอ” ของทูเคิลแบบเต็ม ๆ เพราะจากที่นึกว่าจะต้องเช็กอาการลูกทีมเพิ่ม กลับกลายเป็นโดนลูกทีมหลอกให้ใจหล่นเล่นเสียอย่างนั้น

อังกฤษยังเอาตัวรอดได้ ปราบเจ้าภาพร่วมตกรอบ

ในสนาม เกมนี้อังกฤษต้องเจอกับบททดสอบหนักตั้งแต่ต้นจนจบ แม้จะออกนำจากผลงานสุดเด็ดขาดของ จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ทำสองประตูในครึ่งแรก ก่อนที่ แฮร์รี่ เคน จะยิงจุดโทษช่วยให้ทีมหนีเป็น 3-1 แต่เม็กซิโกไม่ยอมง่าย ๆ และไล่กลับมาเป็น 3-2 จาก ราอูล ฮิเมเนซ ด้วยจุดโทษเช่นกัน ทำให้ช่วงท้ายเกมกลายเป็นการตั้งรับแบบสุดชีวิตของเหล่านักเตะทีมชาติอังกฤษ

สถานการณ์ยิ่งยากขึ้นเมื่ออังกฤษเหลือ 10 คนจากใบแดงของควอนซาห์ในนาทีที่ 54 ทำให้ต้องใช้ทั้งวินัยเกมรับ สมาธิ และความนิ่งในการประคองสกอร์จนจบเกม ถือเป็นชัยชนะที่ไม่ได้สวยงามที่สุด แต่เป็นชัยชนะที่สะท้อนความอึดและสภาพจิตใจของทีมได้ชัดเจน

ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้อังกฤษผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ พร้อมส่งเม็กซิโก หนึ่งในเจ้าภาพร่วมของทัวร์นาเมนต์ กระเด็นตกรอบไปต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง

ด่านต่อไปของอังกฤษจะเป็นงานใหญ่ไม่น้อย เมื่อพวกเขาต้องพบกับ นอร์เวย์ ทีมที่เพิ่งสร้างผลงานสุดยอดด้วยการล้มบราซิลมาได้แบบเหนือชั้น ที่นำโดย เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ กองหน้าตัวอันตรายอันดับหนึ่งของทีม

ผลบอลฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 : โอกาสไม่ต้องเยอะสำหรับ ฮาลันด์ ก่อนจะโขกหนึ่ง ยิงหนึ่ง ช่วยให้ นอร์เวย์ เอาชนะ ไปได้ด้วยสกอร์ 2-1 ส่งบราซิล กลับบ้าน

ดูบอลสด โปรแกรมถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) รอบ 16 ทีมสุดท้าย บราซิล พบ นอร์เวย์ วิเคราะห์บอล สถิติน่าสนใจ พร้อม 11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาด

บราซิล พบ นอร์เวย์
วันที่ 5 กรกฎาคม 2026 เวลา 03.00 น.
ถ่ายทอดสดทาง MONOMAX

ความพร้อมก่อนเกม

บราซิล ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้อย่างดราม่าหลังพลิกนรกแซงชนะ ญี่ปุ่น ในช่วงท้ายเกม 2-1 จากประตูชัยของ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ สำหรับความพร้อมของทัพแซมบ้าคือจะขาด ราฟินญา แน่นอนแล้ว ส่วนในรายของ ลูคัส ปาเกต้า ยังต้องรอเช็คความฟิต ขณะที่ เนย์มาร์ ร่างกายก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่คาดว่าจะออกสตาร์ทที่ข้างสนามเช่นเดิม

ทางด้าน นอร์เวย์ ก็ผ่านเข้ารอบด้วยชัยชนะในช่วงท้ายเกมเช่นกัน หลังเฉือน ไอวอรี โคสต์ 2-1 ซึ่งฮีโร่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็น เออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงคนสำคัญที่เกมนี้ก็พร้อมลงสนาม โดยผู้เล่นเพียงคนเดียวของทัพไวกิ้งที่ยังไม่ชัวร์ในเกมนี้ก็คือ ยูเลียน ไรเออร์สัน แบ็คขวาที่ยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน

ผลบอลฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 : โอกาสไม่ต้องเยอะสำหรับ ฮาลันด์ ก่อนจะโขกหนึ่ง ยิงหนึ่ง ช่วยให้ นอร์เวย์ เอาชนะ ไปได้ด้วยสกอร์ 2-1 ส่งบราซิล กลับบ้าน

ผู้ตัดสินให้สัญญาณนกหวีดเริ่มเกม

นาทีที่ 13 บราซิลได้ลูกจุดโทษ และเป็นทาง บรูโน่ กิมาไรส์ เข้ามากดด้วยขวา แต่ติด เออร์ยาน นีลันด์ พุ่งปัดออกไปได้ บราซิล ยิงจุดโทษพลาด 

ผ่านไป 20 นาทีของเกม รูปเกมส่วนใหญ่ที่พอได้ลุ้นเป็นทางบราซิลทำได้ดี และมีจังหวะลุ้นประตู แต่การครองบอลขึ้นทำเกมไปบุก เป็นทาง นอร์เวย์ เป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าในนาทีนี้

นาทีที่ 35 นอร์เวย์ ได้โอกาสขึ้นเกมโดย อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ ก่อนจะจ่ายมาทางขวาให้ โอเดการ์ด ม้วน ๆ เข้าไปและได้โอกาสยิงหักข้อ แต่บอลเข้าข่างตาข่ายออกไป

เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งเวลาแรก นอร์เวย์ครองบอลได้ดีกว่า และทำเกมบุกได้ลุ้นเข้าไปทำประตูมากขึ้น ทาง บราซิล ทำได้เพียงเล่นเกมรับรอสวนกลับและสร้างโอกาสทำประตูได้จะแจ้งกว่า

จบครึ่งแรก : บราซิล 0-0 นอร์เวย์

ผู้ตัดสินให้สัญญาณนกหวีดเริ่มเกมในครึ่งเวลาหลัง

นาทีที่ 58 เมื่อบราซิล ได้ขึ้นเกมบุกโดย วินิซิอุส จูเนียร์ ทางฝั่งซ้าย ก่อนจ่ายให้ เอ็นดริค ที่ยังสดเข้าไปดวลเดี่ยวกับ เออร์ยาน นีลันด์ แต่สะกิดบอลเลยออกนอกประตูไป

ผ่านมา 15 นาทีของครึ่งหลัง หลังจากเปิดเกมครึ่งหลังมา บราซิล โหมเกมบุกวูบวาบมากขึ้น เพื่อที่จะเอาประตูขึ้นนำ นอร์เวย์ ให้ได้ แต่ในหลายจังหวะ ต้องชม เออร์ยาน นีลันด์ ผู้รักษาประตูของนอร์เวย์ ที่ช่วยเซพประตูไว้ได้หลายครั้ง ทำให้ผลากอร์ของเกมนี้ ยังอยู่ที่ 0-0

นาทีที่ 67 เนย์มาร์ ศิลปินลูกหนังของบราซิลชุดนี้ ลงสนามมาแล้ว

Goal! นาทที่ 80  โอกาสไม่ต้องเยอะสำหรับผู้ชายคนนี้ นอร์เวย์ ได้โอกาสขึ้นเกมทางฝั่งซ้าย ก่อนที่ อันเดรส เชลลูปส์ จะเปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็นทาง เออร์ลิง ฮาลันด์ โฉบตัดหน้า กาเบรียล เข้าไปโขก ไม่เหลือ !!

Goal! นาทีที่ 90 อันเดรส เชลลูปส์ จ่ายบอลเข้ากลางให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ก่อนจะซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งผ่านตัว อลิซอน เบ็กเกอร์ เสียบเสาเข้าระตูไปอย่างสวยงาม

ทดเวลาในครึ่งหลัง 7 นาที มาลุ้นว่าจะมีปฏิหาริย์เกิดขึ้นกับ บราซิล หรือไม่ในเกมนี้

Goal! นาทีที่ 90+10 บราซิล ได้จุดโทษปลอบใจ ก่อนจะเป็นทาง เนย์มาร์ จะยิงจุดโทษตีไข่แตกให้ บราซิลไล่มา 1-2

จบเกม : บราซิล 1-2 นอร์เวย์

11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

บราซิล (4-3-3): อลีสซง เบ็คเกอร์ – ดานิโล, มาร์ควินญอส, กาเบรียล มากัลเญส, ดักลาส ซานโตส – คาเซมิโร่, บรูโน กิมาไรส์, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่- รายาน, มาเธอุส คุนญา, วินิซิอุส จูเนียร์

นอร์เวย์ (4-3-3) : เออร์ยาน นีลันด์ – จูเลียน ไฮเออสัน, คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์, ทอร์เบียร์น เฮกเกม, ดาวิด โมลเลอร์ โวล์ฟ – มาร์ติน โอเดการ์ด, แพทริก เบิร์ก, ซานเดอร์ เบิร์ก – อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ, เออร์ลิง ฮาลันด์, อันโตนิโอ นูซา

โปรแกรมถ่ายทอดสด บราซิล พบ นอร์เวย์
คืนวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2026

เวลา คู่แข่งขัน ช่องถ่ายทอดสด
03.00 น. บราซิล พบ นอร์เวย์ MONOMAX

ฟุตบอลโลก 2026 ถ่ายช่องไหน?
สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2026 จะถ่ายทอดสดแบบครบทุกคู่ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มถึงนัดชิงชนะเลิศผ่านทางแอปพลิเคชัน MONOMAX ด้วยการสมัครแพ็กเกจ Sports Premium รายปี 5,999 บาท/ปี

ขณะที่แฟนบอลก็สามารถรับชมการแข่งขันแบบฟรี ๆ ผ่านทางช่อง MONOMAX SPORTS ในบางคู่ได้เช่นเดียวกัน

โปรแกรมแข่งขันและถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ประจำวันที่ 5 กรกฎาคม 2026
เวลา คู่แข่งขัน ช่องถ่ายทอดสด
03.00 น. บราซิล พบ นอร์เวย์ MONOMAX

ผลงานในการพบกันของทั้งสองทีม
16 สิงหาคม 2006 : นอร์เวย์ 1-1 บราซิล (อุ่นเครื่อง)
23 มิถุนายน 1998 : บราซิล 1-2 นอร์เวย์ (ฟุตบอลโลก 1998)
30 พฤษภาคม 1997 : นอร์เวย์ 4-2 บราซิล (อุ่นเครื่อง)
20 กรกฎาคม 1988 : นอร์เวย์ 1-1 บราซิล (อุ่นเครื่อง)

“นึกว่าเอพริลฟูลส์เดย์” โค้ชเบลเยียมจิกกัดกรณีใบแดง บาโลกุน ไม่โดนแบน ก่อนเจอกันรอบ 16 ทีมสุดท้าย

เบลเยียมออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน หลังฟีฟ่าตัดสินใจระงับโทษแบน 1 นัดของ โฟลาริน บาโลกุน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ทำให้เจ้าตัวพร้อมลงสนามในเกมฟุตบอลโลก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สหรัฐฯ จะพบกับเบลเยียม ที่เมืองซีแอตเทิล

เดิมที บาโลกุน ต้องพลาดเกมสำคัญนัดนี้ หลังถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมรอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่สหรัฐฯ เอาชนะ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0 โดยตามกฎการแข่งขันของฟีฟ่า ใบแดงจะมาพร้อมโทษแบนอัตโนมัติ 1 นัด

อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่าได้แจ้งต่อสมาคมฟุตบอลสหรัฐฯ ว่าโทษแบนของบาโลกุนถูกระงับไว้ ส่งผลให้เขาสามารถกลับมามีชื่อในทีมได้ทันที การตัดสินใจดังกล่าวสร้างเสียงวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะจากฝั่งเบลเยียม ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่กระทบต่อความยุติธรรมของเกม

โค้ชปีศาจแดงแห่งยุโรปให้สัมภาษณ์

รูดี การ์เซีย เฮดโค้ชทีมชาติเบลเยียม กล่าวผ่านล่ามในการแถลงข่าวว่า สหพันธ์ฟุตบอลเบลเยียมไม่ได้ออกมาตอบโต้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของทีมชาติตัวเองเท่านั้น แต่กำลังปกป้อง “ฟุตบอลโดยรวม” ทั้งในแง่ความซื่อสัตย์และจริยธรรมของเกม

“สหพันธ์ฟุตบอลเบลเยียมไม่ได้ปกป้องแค่ตัวเองหรือทีมชาติเท่านั้น แต่กำลังปกป้องฟุตบอลโดยรวม ทั้งความซื่อสัตย์และจริยธรรมของเกมนี้”

การ์เซียกล่าวเป็นภาษาฝรั่งเศสผ่านล่าม

“เท่าที่ผมจำได้ ผมคิดว่านี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่มีการตัดสินใจแบบนี้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมเป็นโค้ช ดังนั้นผมจะโฟกัสที่ทีมของผมและการแข่งขัน ไม่สำคัญว่าสหรัฐฯ จะส่งใครลงเป็นตัวจริง สิ่งที่สำคัญสำหรับผมคือในสนาม ทีมของผม การคว้าชัยชนะ และการผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ”

การ์เซียเสริมว่า

“ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าในฟุตบอลโลก วันที่ 5 กรกฎาคม มันคือวันที่ 1 เมษายน นี่มันวันโกหกชัด ๆ” (April Fool’s day)

ก่อนหน้าการแถลงข่าวของการ์เซีย สหพันธ์ฟุตบอลเบลเยียมได้ออกแถลงการณ์ว่า พวกเขา “รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง” กับการตัดสินใจดังกล่าว และกำลัง “ตรวจสอบทุกทางเลือกที่เป็นไปได้”

ทำไมใบแดงของ บาโลกุน ถึงไม่ถูกลงโทษในเกมกับเบลเยียม

เดิมที โฟลาริน บาโลกุน ควรต้องพลาดเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่สหรัฐอเมริกาพบกับเบลเยียม หลังถูกใบแดงในเกมที่ทีมเอาชนะบอสเนีย 2-0 โดยตามระเบียบการแข่งขันของฟีฟ่า ใบแดงจะมาพร้อมโทษแบนอัตโนมัติ 1 นัด

อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่าได้ตัดสินใจ “ระงับ” โทษแบนดังกล่าว ทำให้ บาโลกุน สามารถลงสนามในเกมกับเบลเยียมได้ โดยคณะกรรมการวินัยของฟีฟ่าระบุว่า การตัดสินใจนี้เป็นไปตามมาตรา 27 ของประมวลวินัยฟีฟ่า ซึ่งเปิดทางให้สามารถระงับบทลงโทษจากใบแดงได้ ตราบใดที่ความผิดนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการล็อกผลการแข่งขัน

ภายใต้คำตัดสินนี้ บาโลกุน จะไม่ได้ถูกล้างใบแดงออกไปทั้งหมด แต่จะอยู่ในช่วงคุมประพฤติเป็นเวลา 1 ปี หมายความว่าใบแดงดังกล่าวยังคงถูกบันทึกไว้ในประวัติของเขา และหากภายในช่วงเวลาดังกล่าว เขาทำผิดในลักษณะใกล้เคียงกันอีกครั้ง ก็จะต้องรับโทษแบน 1 นัดตามเดิม

ก่อนหน้านี้ ฟีฟ่าเคยใช้มาตรา 27 ในลักษณะคล้ายกันกับกรณีของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพื่อเปิดทางให้เขาสามารถลงเล่นเกมเปิดสนามฟุตบอลโลกให้โปรตุเกสได้ หลังโดนใบแดงในเกมพบสาธารณรัฐไอร์แลนด์

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้กลายเป็นประเด็นร้อนทันที เพราะมีรายงานจาก เดอะ การ์เดี้ยน ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์หาฟีฟ่า 3 ครั้ง เพื่อผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงคำตัดสิน ก่อนที่เขาจะออกมาโพสต์ขอบคุณฟีฟ่าบน Truth Social ที่ “ทำในสิ่งที่ถูกต้อง” และ “แก้ไขความอยุติธรรมครั้งใหญ่”

มอร์แกน โรเจอร์ส ยันไม่กังวลแม้อาจโดนแฟนบอลเม็กซิโกก่อกวนยามวิกาล

แนวรุกสารพัดประโยชน์ของทีมชาติอังกฤษไม่กังวลหากก่อนเกมโดนแฟนบอลเจ้าถิ่นมาก่อกวนระหว่างนอนหลับ

ไม่กังวล

ทีมชาติอังกฤษ ของ โธมัส ทูเคิล ต้องเจอบททดสอบสำคัญในฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อโคจรมาพบกับเจ้าภาพร่วมอย่าง เม็กซิโก ที่ผลงานสุดร้อนแรงและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

ไม่เพียงแค่เรื่องในสนามเท่านั้น แต่ทัพสิงโตคำรามยังต้องเจอสงครามประสาทตั้งแต่เดินทางมาเหยียบแผ่นดินเม็กซิโก เพราะพวกเขาถูกแฟนบอลเจ้าถิ่นมารอต้อนรับแบบไม่เป็นมิตรทันทีที่มาถึงโรงแรม

นอกจากนี้คืนก่อนคิ๊กออฟก็มีความเป็นไปได้สูงที่เหล่านักเตะทีมชาติอังกฤษจะโดนแฟนบอลเม็กซิโกก่อกวนช่วงเวลากลางคืนเพื่อให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่ มอร์แกน โรเจอร์ส ก็ยืนยันว่าขาไม่กังวลหากต้องเจอเหตุการณ์ดังกล่าว

“ตอนนี้ผมยังไม่ได้กังวลอะไรกับเรื่องนั้นหรอก แต่เอาตรง ๆ เลยนะ ถ้าเสียงมันดังจนปลุกให้ผมตื่นขึ้นมา ผมคงไม่สบอารมณ์เท่าไหร่แน่ ๆ” แนวรุกจาก แอสตัน วิลล่า เผย

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวเรามาดูกันว่าเป็นยังไง และใช่ เราจะรับมือกับมันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันก็แค่บททดสอบอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องผ่านไปให้ได้ เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคแค่นั้นเอง

“เราได้ยินเรื่องนี้มาบ้างแล้ว และเราจะเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อพักพ่อนและฟื้นฟูร่างกายให้เต็มที่สำหรับเกมการแข่งขัน”

เกมระหว่าง อังกฤษ พบ เม็กซิโก จะฟาดแข้งกันที่ เอสตาดิโอ อาซเตกา กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก ในวันจันทร์ 6 กรกฎาคมนี้ เวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

เอ็มบัปเป้ ตึงจัด เดินไปตะโกนดีใจต่อหน้าประตูปารากวัยแถมตีมึนเมินจับมือ

หัวหอกตัวเก่วของทัพตราไก่ทำทรงอย่างตึง เดินไปดีใจหลังเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายบอลโลกต่อหน้าประตูปารากวัยแถมยังเมินการจับมืออีก

ดีใจใส่หน้าแถมเมินจับมือ

เกือบจะเป็นหนังชีวิตอีกคู่เหมือนกันสำหรับเกมปารากวัยพบฝรั่งเศส แต่สุดท้าย คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ก็ส่งทีมตราไก่เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายบอลโลก 2026 ได้ด้วยการสังหารจุดโทษเอาชนะไป 1-0

เกมนี้หากใครที่ได้ดูก็จะรู้ว่าเหล่านักเตะของฝรั่งเศสโดนเข้าปะทะหนัก ๆ อยู่ตลอด แต่ใบเหลืองไม่ออกฝรั่งปารากวัยเลย ทำให้ผู้ตัดสินที่ 1 ในเกมนี้กำลังโดนวิจารณ์อย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะโดนเตะโดนกระแทกมาตลอด 90 นาที แต่เมื่อจบเกมแล้วผ่านเข้ารอบ 8 ทีม เอ็มบัปเป้ ศูนย์หน้าผู้ยิงประตูชัยในเกมนี้ก็ขอมาระเบิดอารมณ์แสดงความดีใจซะหน่อย

แต่พี่แกดันไปดีใจต่อหน้า ออร์แลนโด้ กิลล์ นายด่านของปารากวัยแบบเต็มข้อซะอย่างนั้น แถมยังเมินการจับมือ GGWP อีกต่างหาก เรียกได้ว่าแสบจัด ๆ สำหรับ เอ็มบัปเป้ ช็อตนี้

สำหรับทีมชาติฝรั่งเศส ทีมที่เป็นเต็งหนึ่ง ณ ขณะนี้จะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 ไปเจอกับโมร็อกโก ที่เพิ่งจะเขี่ยเจ้าภาพอย่างแคนาดาตกรอบมาหมาด ๆ เมื่อคืนนี้

ซึ่งนี่จะเป็นการรีแมตช์เจอกันอีกครั้ง หลังทั้งสองทีมเคยเจอกันในฟุตบอลโลกหนก่อนในรอบรองชนะเลิศ โดยที่เป็นทัพตราไก่ที่เอาชนะไปได้ 2-0 ทะลุเข้าชิงชนะเลิศกับอาร์เจนตินาก่อนจะแพ้และจบด้วยการเป็นรองแชมป์

ตลาดนักเตะสเปอร์ส : ข่าวซื้อขาย, การย้ายทีม อัปเดตล่าสุด

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่ได้ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ มากู้วิกฤติช่วงโค้งสุดท้าย รอดตกชั้นแบบหวุดหวิด หลังต้องลุ้นจนถึงนัดสุดท้าย ทำให้ตลาดรอบนี้พวกเขาต้องเสริมทัพให้ดีกว่าเดิม

โดยดีลแรกที่พวกเขาต้องทำให้สำเร็จคือการคว้าตัว เจา ปาลินญา มาร่วมทีมให้ได้แบบถาวร ขณะที่ตำแหน่งอื่น ๆ ก็เตรียมยกเครื่องใหม่ ไล่ตั้งแต่ประตูยันแดนหน้า

เพื่อไม่ให้พลาดความเคลื่อนไหว ติดตามข่าวซื้อขาย และการย้ายทีมของผู้เล่น ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ประจำตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2026 ได้ทาง The Sporting News Thailand

อัปเดตตลาดซื้อขายนักเตะสเปอร์ส ฤดูกาล 2026-27

สเปอร์ส 

เข้า

  • แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (ลิเวอร์พูล)
  • มาร์กอส เซเนซี (บอร์นมัธ)
  • ยาน พอล ฟาน เฮคเค่อ (ไบรท์ตัน)
  • มาร์ติน ดูบราฟกา (เบิร์นลีย์)
  • มาเตอุส เฟอร์นานเดส (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)

ออก

  • อีฟส์ บิสซูม่า
  • อเลโฆ เบลิซ (บาเฮีย)
  • ลูก้า กันเตอร์ (บอร์แฮมวู้ด) *ยืมตัว

ตลาดนักเตะเชลซี : ข่าวซื้อขาย, การย้ายทีม อัปเดตล่าสุด

เชลซี ที่ล้มเหลวสุด ๆ กับการจบอันดับที่ 10 เมื่อฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไป ได้ ชาบี อลอนโซ เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ในภารกิจฟื้นคืนชีพสิงหบลูส์ตัวนี้ให้กลับสู่เส้นทางความสำเร็จอีกครั้ง

ด้วยความที่ผู้เล่นหลายรายอาจไม่ได้อยู่ในแผนของกุนซือคนใหม่ อาจทำให้ขาออกน่าสนใจ ขณะที่ขาเข้า เชลซี ที่เป็นทีมเงินถุงเงินถังก็พร้อมทุ่มเงินคว้านักเตะเช่นเดียวกัน

เพื่อไม่ให้พลาดความเคลื่อนไหวของ เชลซี ติดตามข่าวซื้อขาย และการย้ายทีมของผู้เล่น เชลซี ประจำตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2026 ได้ทาง The Sporting News Thailand

อัปเดตตลาดซื้อขายนักเตะเชลซี ฤดูกาล 2026-27

เชลซี

เข้า

  • มาร์โก ปาเลสตรา (อตาลันต้า)

ออก

  • มาร์ค คูคูเรญา (เรอัล มาดริด)
  • จิมมี-เจย์ มอร์แกน (เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน)

อัปเดตตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2026-27

ศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025-26 จบไปอย่างเป็นทางการ โดยแชมป์ตกเป็นของ อาร์เซนอล และในตอนนี้ก็ถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือตลาดซื้อขายนักเตะประจำซัมเมอร์ ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 1 กันยายน 2026

ทีมรักของคุณได้ใคร และปล่อยใครออกไปบ้าง? ติดตามการอัปเดตตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026-27 ประจำตลาดซัมเมอร์ได้ที่นี่

อัปเดตตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2026-27

ลิเวอร์พูล

เข้า

  • เฌเรมี ฌาคเกต์ (แรนส์)
  • วิคตอร์ มูญอซ (โอซาซูนา)

ออก

  • โมฮาเหม็ด ซาลาห์
  • แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (สเปอร์ส)
  • อิบราฮิมา โกนาเต้ (เรอัล มาดริด)
  • รีส วิลเลียมส์ 
  • คารีม อาเหม็ด
  • เอ็มมานูเอล ไอโรโบมา
  • เจมส์ บาลากิซี
  • ดีเจ เบอร์นาร์ด
  • จอช ดาวินสัน
  • โอ๊คลีย์ คันโนเนียร์
  • เทเรนซ์ ไมลส์
  • จาคอบ พอยเทรส

แมนฯ ยูไนเต็ด 

เข้า

  • มาร์คัส แรชฟอร์ด *กลับจากยืมตัว
  • โทบี้ คอลลีเยอร์ *กลับจากยืมตัว

ออก

  • คาเซมิโร
  • ไทเรลล์ มาลาเซีย
  • เจดอน ซานโช
  • ราสมุส ฮอยลุนด์ (นาโปลี) *ซื้อขาด

แมนฯ ซิตี้

เข้า

–

ออก

  • แบร์นาโด ซิลวา (เรอัล มาดริด)
  • จอห์น สโตนส์
  • โอลิเวอร์ แวทมัฟฟ์ (สต็อคพอร์ท เคาน์ตี) *ยืมตัว

อาร์เซนอล

เข้า

  • รีสส์ เนลสัน *กลับจากยืมตัว
  • ปิเอโร อินคาปิเอ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน) *ซื้อขาด 

ออก

  • ยาคุบ คิวิออร์ (ปอร์โต้) *ซื้อขาด
  • คาร์ล ไฮน์ (แวร์เดอร์ เบรเมน) *ซื้อขาด
  • จอช นิโคลส์
  • อเล็กเซย์ โรฆาส
  • ซามูเอล โอนเยกาชุกวู
  • วิล แลนนิน-สวีท
  • แคมรอน อิสมาอิล 
  • เซบ เฟอร์ดินานด์
  • แฮร์ริสัน ดูดเซียก
  • แซม แชปแมน

เชลซี

เข้า

  • มาร์โก ปาเลสตรา (อตาลันต้า)

ออก

  • มาร์ค คูคูเรญา (เรอัล มาดริด)
  • จิมมี-เจย์ มอร์แกน (เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน)

สเปอร์ส 

เข้า

  • แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (ลิเวอร์พูล)
  • มาร์กอส เซเนเซี (บอร์นมัธ)
  • ยาน พอล ฟาน เฮคเค่อ (ไบรท์ตัน)
  • มาร์ติน ดูบราฟกา (เบิร์นลีย์)
  • มาเตอุส เฟอร์นานเดส (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)

ออก

  • อีฟส์ บิสซูม่า
  • อเลโฆ เบลิซ (บาเฮีย)
  • ลูก้า กันเตอร์ (บอร์แฮมวู้ด) *ยืมตัว

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

เข้า

–

ออก

  • แอนโธนี่ กอร์ดอน (บาร์เซโลนา)
  • คีแรน ทริปเปียร์ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)
  • ทราวิส เฮอร์เนส (โกรนิงเกน) *ซื้อขาด
  • เอมิล คราฟต์
  • จอห์น รัดดี
  • แม็กซ์ ทอมป์สัน
  • แมตต์ ทาร์เกตต์
  • แอรอน แรมส์เดล *หมดสัญญายืมตัว

แอสตัน วิลล่า

เข้า

  • โมดู เคบา ซีเซ (แอลเอเอสเค ลินซ์)

ออก

–

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

เข้า

–

ออก

  • สเตฟาน ออร์เทก้า
  • แองกัส กันน์ 
  • วิลลี่ โบลี

บอร์นมัธ

เข้า

–

ออก

  • มาร์กอส เซเนซี (สเปอร์ส)
  • ไมเคิล ดาคอสต้า กอนซาเลซ (โมไรเรนเซ่)
  • ฮาเหม็ด ตราโอเร่ (โอลิมปิก มาร์กเซย์) *ซื้อขาด
  • ลุยส์ ซินิสเตร์รา (ครูไซโร) *ซื้อขาด

ฟูแล่ม 

เข้า

  • โจน่าห์ คูซี่-อาแซร์ (บาเยิร์น มิวนิค)

ออก

  • ราอูล ฆิเมเนซ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)
  • สตีเวน เบนดา
  • เดวาน ตันตัน
  • โอลิ กอฟฟอร์ด
  • แบรดลีย์ เด เฆซุส
  • โจเซฟ วอลเตอร์ส
  • ชาร์ลี โรบินสัน
  • คัลลัม คลิฟ
  • ทอม วินเกต
  • มาร์เซล ฮอลล์
  • รูบาน ข่าน
  • โอลิเวอร์ เมเยอร์
  • ฮาร์เล่ย์ พลาเทล
  • ควินน์ ชูตเตอร์
  • ออลลี่ แซนเดอร์สัน (สตีฟเนจ)

ไบรท์ตัน 

เข้า

  • ซาด็อก โยฮันนา (เอไอเค โซลน่า)
  • คอสตินญ่า (โอลิมเปียกอส)
  • ปาสกาล สเตราจ์ (ลีดส์ ยูไนเต็ด)

ออก

  • เจมส์ มิลเนอร์ (แขวนสตั๊ด)
  • ซอลลี่ มาร์ช
  • อดัม เว็บสเตอร์
  • โจเอลท์ เวลมัน
  • ยาน พอล ฟาน เฮคเค่อ (สเปอร์ส)
  • เจเรมี ซาร์เมียนโต (มิเดิลสโบรห์) *ซื้อขาด

เบรนท์ฟอร์ด

เข้า

  • ยานนิค ชูสเตอร์ (เรดบูลล์ ซัลบูร์ก)

ออก

  • รีสส์ เนลสัน *หมดสัญญายืมตัว
  • ไรอัน เทรวิตต์
  • แฟรงค์ ออนเยก้า (โคเวนทรี ซิตี้) *ซื้อขาด
  • อีธาน ไบรเออร์ลีย์ (ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์)
  • ไมเคิล โอลาคิเบ (ดับเบิลยูเอสจี วัทเทนส์) *ยืมตัว

คริสตัล พาเลซ

เข้า

–

ออก

–

เอฟเวอร์ตัน 

เข้า

  • เมอร์ลิน โรห์ล (ไฟร์บวร์ก) *ซื้อขาด

ออก

  • เชมุส โคลแมน
  • อิดริสซา กาน่า เกย์
  • ไอแซก ฮีธ (แคมบริดจ์ ยูไนเต็ด)

ลีดส์ ยูไนเต็ด

เข้า

  • โจ เกลฮาร์ด *กลับจากยืมตัว

ออก

  • อิลลัน เมสลิเยร์
  • แซม ไบรอัม
  • ปาสกาล สเตราจ์ (ไบรท์ตัน)

ซันเดอร์แลนด์

เข้า

–

ออก

  • เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่
  • เดนนิส เซอร์คิน
  • แฮร์ริสัน โจนส์ (ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด)
  • มิลาน อเล็คซิช (ปาร์ติซาน เบลเกรด) *ยืมตัว
  • แซค จอห์นสัน (ยอร์ค ซิตี้)

โคเวนทรี ซิตี้

เข้า

  • แฟรงค์ ออนเยก้า (เบรนท์ฟอร์ด) *ซื้อขาด

ออก

  • เจมี่ อัลเลน 

อิปสวิช ทาวน์

เข้า

  • ชูบา อัคปอม (อาแจ็กซ์ อัมเตอร์สดัม) *ซื้อขาด
  • เซดริค คิเปร (แร็งส์) *ซื้อขาด

ออก

  • แอชลีย์ ยัง (แขวนสตั๊ด)
  • อริยาเนต์ มูริช (ซาสซูโอโล)
  • ลีออน อายินด์ (ดอนคาสเตอร์ โรเวอร์ส)
  • คอเนอร์ แชปลิน

ฮัลล์ ซิตี้

เข้า

–

ออก

  • โจ เกลฮาร์ด *หมดสัญญายืมตัว
  • อามีร์ ฮัดเซียห์เมโทวิช *หมดสัญญายืมตัว
  • โทบี้ คอลลีเยอร์ *หมดสัญญายืมตัว
  • ยู ฮิราคาวะ *หมดสัญญายืมตัว
  • แฮร์รี่ วอห์น
  • โนอาห์ วาดส์เวิร์ธ
  • ร็อคโค คอยล์
  • ฟาร์เรลล์ บราวน์
  • คัลลัม แยม
  • แฮร์รี่ เรวิลล์
  • เจา เมนเดส
  • แซมมี่ เฮเนีย-คาเมา
  • เจค ฮอปเปอร์
  • เคย์เดน โคล
  • ออสการ์ กรูสซ์คอฟสกี
  • รอรี่ ลีช
  • แจ็ค โทพลีย์ 
  • อากินโลลู ฟาเมโว (โบลตัน วันเดอเรอร์ส)
  • ไอวอร์ พานเดอร์ (เรนเจอร์ส)
  • ไอดอน เชฮู (พานาธิไนกอส)

ตลาดนักเตะสเปอร์ส : ข่าวซื้อขาย, การย้ายทีม อัปเดตล่าสุด

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่ได้ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ มากู้วิกฤติช่วงโค้งสุดท้าย รอดตกชั้นแบบหวุดหวิด หลังต้องลุ้นจนถึงนัดสุดท้าย ทำให้ตลาดรอบนี้พวกเขาต้องเสริมทัพให้ดีกว่าเดิม

โดยดีลแรกที่พวกเขาต้องทำให้สำเร็จคือการคว้าตัว เจา ปาลินญา มาร่วมทีมให้ได้แบบถาวร ขณะที่ตำแหน่งอื่น ๆ ก็เตรียมยกเครื่องใหม่ ไล่ตั้งแต่ประตูยันแดนหน้า

เพื่อไม่ให้พลาดความเคลื่อนไหว ติดตามข่าวซื้อขาย และการย้ายทีมของผู้เล่น ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ประจำตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2026 ได้ทาง The Sporting News Thailand

อัปเดตตลาดซื้อขายนักเตะสเปอร์ส ฤดูกาล 2026-27

สเปอร์ส 

เข้า

  • แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (ลิเวอร์พูล)
  • มาร์กอส เซเนซี (บอร์นมัธ)
  • ยาน พอล ฟาน เฮคเค่อ (ไบรท์ตัน)
  • มาร์ติน ดูบราฟกา (เบิร์นลีย์)
  • มาเตอุส เฟอร์นานเดส (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)

ออก

  • อีฟส์ บิสซูม่า
  • อเลโฆ เบลิซ (บาเฮีย)
  • ลูก้า กันเตอร์ (บอร์แฮมวู้ด) *ยืมตัว

ดีอาร์ คองโก 1974 : เบื้องหลังสุดเศร้าของฟรีคิกที่โลกหัวเราะเยาะ

เรียกได้ว่ากลายเป็นหนึ่งในทีมที่อยู่ในสปอตไลท์สำหรับ ดีอาร์ คองโก เพราะนอกจากทะลุเข้าถึงรอบน็อคเอาท์ ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ พวกเขายังได้ดวลกับทีมใหญ่อย่าง อังกฤษ 

ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โลกได้รู้จักกับชาติจากแอฟริกาทีมนี้ เมื่อก่อนหน้านั้น พวกเขาเคยถูกพูดถึงในวงกว้าง จากจังหวะที่ผู้เล่นคนหนึ่งพุ่งออกมาจากกำแพง ชิงเตะลูกฟรีคิกของบราซิล ในฟุตบอลโลก 1974 สมัยยังใช้ชื่อประเทศว่า “ซาอีร์” 

“นี่คือช่วงเวลาแปลกประหลาดแห่งความไม่รู้ของแอฟริกา” จอห์น มอตสัน ผู้บรรยายจาก BBC กล่าว 

อย่างไรก็ดี เบื้องหลังฟรีคิกที่ถูกตราหน้าว่าทะเล่อทะล่าหรือไม่รู้เรื่อง จนกลายเป็นตัวตลกของโลกลูกหนังมาหลายสิบปี ความจริงมันมีอะไรมากกว่านั้น 

ติดตามเรื่องราวไปพร้อมกัน 

ใต้เงาเผด็จการ 

โมบูตู เซเซ เซโก อาจจะเป็นชื่อที่หลายคนไม่ได้คุ้นหู แต่เขาคือบุคคลที่มีบทบาทสำคัญต่อวงการกีฬา ดีอาร์ คองโก ในช่วงทศวรรษที่ 1960s  

หลังจากขึ้นสู่อำนาจด้วยการรัฐประหาร ในปี 1965 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อประเทศมาเป็น ซาอีร์ ในปี 1971 เขาก็ใช้กีฬาในฐานะเครื่องมือประชาสัมพันธ์ชาติจากแอฟริกานี้สู่สายตาชาวโลก 

หนึ่งในนั้นคือฟุตบอล กีฬายอดนิยมของแอฟริกา โมบูตู ตัดสินใจทุ่มงบประมาณจำนวนมากไปกับมัน ไม่ว่าจะเป็นการจ้างโค้ชจากฮังการีมาคุมทีม หรือ เรียกตัวผู้เล่นเชื้อสายคองโก ที่เล่นอยู่ในลีกเบลเยียม มาเล่นให้ ซาอีร์ โดยมีรถโฟล์คสวาเกน และที่พักสุดหรู เป็นเครื่องล่อใจ 

และมันก็ได้ผล เมื่อ ซาอีร์ สามารถยกระดับจากทีมโนเนมของแอฟริกา จนก้าวมาคว้าแชมป์ แอฟริกัน คัพออฟเนชั่น ในปี 1968 และ 1974 และคว้าอันดับ 4 ในปี 1972 

แต่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก 1974 ที่เยอรมันตะวันตก ด้วยสถิติสวยหรูชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้ โมบูตู ถึงกับเชิญนักเตะจากชุดนี้ไปเลี้ยงฉลองที่คฤหาสน์ของเขา 

“จำไว้ว่าพวกเราส่วนใหญ่เติบโตมากับความยากจน การได้พบกับ โมบูตู ก็เหมือนได้พบกับพระเจ้า” เอ็มเวปู อิลุงกา อดีตแข้งทีมชาติซาอีร์ กล่าวในหนังสือ Death Or Glory: The Dark History Of The World Cup

การได้เป็นชาติแอฟริกาผิวดำชาติแรกในฟุตบอลโลกสุดท้าย (แอฟริกาชาติแรกคืออียิปต์ในปี 1934) สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ โมบูตู เป็นอย่างมาก และเตรียมตบรางวัลผู้เล่นชุดนี้ด้วยรถคันใหม่, บ้านหลังใหม่ รวมถึงเงินสดอีกถึง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 660,000 บาท เมื่อเทียบกับค่าเงินปัจจุบัน) เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ 

Getty Images

ทีมชาติซาอีร์ ยังได้รับสัญญาว่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการใช้ชีวิตที่เยอรมันตะวันตก ทั้งเครื่องบินเช่าเหมาลำ รถบัสรุ่นใหม่ที่คอยรับส่ง รวมถึงโรงแรมสุดหรูเพื่อให้ทีมได้รับการดูแลที่ดีที่สุด 

แต่ปัญหาก็คือเจ้าหน้าที่จากสมาคมฯและรัฐบาล อยากมีส่วนร่วมกับความสำเร็จนี้ และใช้ฟุตบอลเป็นเครื่องมือในการมาท่องเที่ยวต่างประเทศ จนทำให้เงินที่ควรใช้กับฟุตบอลหมดไปกับสิ่งเหล่านี้  

มันถึงขั้นที่ผู้เล่นจะขอเบิกเงินเบี้ยเลี้ยงรายวัน เพื่อออกไปชมเมืองบ้าง แต่กลับโดน บราโกเย วิดินิซ โค้ชชาวยูโกสลาเวียบอกว่าให้อยู่แต่ในห้องพักของโรงแรมก็พอ 

“ขวัญกำลังใจเราต่ำมาก สิ่งที่เคยสัญญาเอาไว้ มันไม่เคยเกิดขึ้นจริง” ทชิเมน บวังกา กองหลังของทีมชุดนั้น กล่าวกับ So Foot

แต่ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ โมบูตู คิดว่าทีมชาติซาอีร์ชุดนี้ จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ฟุตบอลโลกครั้งแรกของพวกเขา 

ฟรีคิกโลกตะลึง 

แม้ว่า โมบูตู จะใช้นโยบายดึงผู้เล่นจากเบลเยียมมาเล่นในลีกของพวกเขาเพื่อติดทีมชาติ แต่ลีกซาอีร์ในตอนนั้นก็เป็นแค่ลีกสมัครเล่น อีกทั้งเขายังออกกฎห้ามผู้เล่นไปค้าแข้งในต่างประเทศ หมายความว่านักเตะส่วนใหญ่ แทบไม่มีประสบการณ์ในการพบกับทีมนอกแอฟริกา

มันมีเค้าลางของความหายนะตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อ ซาอีร์ ไม่สามารถต่อกรกับสโมสรจากสวิสเซอร์แลนด์ และ อิตาลี ในเกมนัดอุ่นเครื่องได้เลย ก่อนจะประเดิมสนามด้วยการพ่าย สก็อตแลนด์ 0-2 

ท่ามกลางขวัญกำลังใจที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ก่อนเกมนัดที่ 2 กับ ยูโกสลาเวีย รัฐบาลยังมาทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีก ด้วยการออกแถลงข่าวอ้างว่า วิดินิซ กุนซือของซาอีร์ มีแนวโน้มที่จะเอื้อผลประโยชน์ให้บ้านเกิดของเขา

“เรามีเหตุผลที่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ยูโกสลาฟ พยายามชักจูงให้โค้ชของเราเปิดเผยแผนการเล่น เราจึงได้แยกตัวเขาออกไป และเปลี่ยนแปลงอะไรเล็กน้อย” แถลงการณ์ระบุ 

ยิ่งไปกว่านั้น พอนักเตะรู้ว่าเบี้ยเลี้ยงพวกเขาที่ควรจะได้ถูกยักยอกไป ก็ได้ประชุมฉุกเฉินก่อนคืนนัดที่ 2 ว่าจะประท้วงด้วยการไม่ลงเล่นหรือไม่ และแม้ว่าส่วนใหญ่จะเห็นด้วย แต่สุดท้ายพวกเขาก็ลงแข่งตามโปรแกรม 

แต่นั่นก็เป็นการลงเล่นเพียงร่างกาย แต่ไร้จิตใจ เมื่อ ซาอีร์ ถูกนำห่าง 0-3 ตั้งแต่ 18 นาทีแรก และทำให้ วิดินิซ ที่ได้รับอนุญาตให้คุมต่อในนัดนั้น เปลี่ยน คาซาดี เอ็มวัมบา ผู้รักษาประตูออกจากสนามแบบเซอร์ไพรส์ เพราะทั้ง 3 ลูกที่เสียไปไม่ได้เป็นความผิดเขาเลย 

Getty Images

แน่นอนว่ามันไม่เวิร์ค ซาอีร์ ถูกยิงเพิ่มเป็น 0-6 หลังจบครึ่งแรก และมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน แถมยังเป็นการไล่ออกผิดตัวอีกด้วย สุดท้ายมันก็เกินควบคุม พวกเขาถูกยิงเพิ่มอีก 3 ลูกในช่วงครึ่งหลังและพ่ายไปอย่างขาดลอย 0-9 มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ณ เวลานั้น เทียบเท่ากับที่ ฮังการี ถล่ม เกาหลีใต้ ในเวิลด์คัพ 1954 

ความพ่ายแพ้อย่างมหาศาล ทำให้ โมบูตู และรัฐบาลรู้สึกอับอาย และขู่ว่าหากแพ้บราซิล ด้วยสกอร์ที่ขาดลอย ผู้เล่นทั้งทีมอาจจะไม่ได้เห็นแผ่นดินของ ซาอีร์ อีกเลย 

อันที่จริง ซาอีร์ ก็ทำได้ไม่เลว พวกเขาโดนบราซิลนำแค่ 0-1 ในครึ่งแรก และโดนยิงเพิ่มอีก 2 ประตูในช่วงครึ่งหลัง และทำให้สกอร์อยู่ที่ 0-3 ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย 

ทว่าในนาทีที่ 85 เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อ บราซิล มาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ และจังหวะที่ ริเวลลิโน กำลังจะเตรียมเตะ อิลุงกา ก็วิ่งออกมาจากกำแพง และหวดลูกลอยไปไกล 

แน่นอนว่าผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ เพราะ บราซิล ยังไม่ได้สัมผัสบอล จอห์น มอตสัน ผู้บรรยายของ BBC บอกว่า “นี่คือช่วงเวลาแปลกประหลาดแห่งความไม่รู้ของแอฟริกา” 

จังหวะนี้ได้ถูกนำมาเล่นซ้ำในเชิงขบขัน และทำให้ อิลุงกา ถูกมองเป็นตัวตลกนับตั้งแต่นั้น จนกลายเป็นภาพจำว่าพวกเขาล้าหลัง ไม่รู้กฎกติกา ทว่าความเป็นจริงมันไม่ใช่ 

Getty Images

“ผมเจตนาทำมัน ผมรู้เรื่องกฎเป็นอย่างดี ผมไม่มีเหตุผลที่จะเล่นต่อ และบาดเจ็บ ในขณะที่ผู้ได้รับผลประโยชน์เรื่องเงินนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ มันไม่ควรเป็นอย่างนั้น” อิลุงกา กล่าวกับ BBC เมื่อปี 2010  

“ผมตั้งใจทำในสิ่งนั้นเพื่อให้ได้ใบแดงแทนที่จะได้เล่นต่อ ผมรู้กฎเป็นอย่างดี กรรมการค่อนข้างใจดี และให้แค่ใบเหลือง แต่ผมไม่เคยเสียใจในสิ่งที่ผมทำ” 

แม้สกอร์ 0-3 ทำให้นักเตะซาอีร์ทุกคนได้กลับบ้าน แต่คำสัญญาที่ให้ไว้ก็ไม่เคยเป็นจริง พวกเขาไม่ได้ทั้งรถ บ้าน หรือเงิน 20,000 เหรียญตามสัญญา 

หลังจากนั้นชะตากรรมของผู้เล่นชุดนั้นก็กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง หลายคนกลับไปอยู่ในชุมชนแออัด ขณะที่บางคนตัดสินทิ้งบ้านเกิดไปตายเอาดาบหน้าที่ยุโรป 

แต่ที่แน่ๆ พวกเขาไม่ได้รับยกย่อง เชิดชู หรือได้รับการตอบแทนเหมือนที่เคยให้สัญญาไว้ แม้ว่านี่จะเป็นผู้เล่นชุดประวัติศาสตร์ของ ซาอีร์ และทวีปแอฟริกาก็ตาม 

“หลายคนต้องใช้ชีวิตเหมือนคนจรจัด ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมน่าจะทำงานหนักเพื่อเป็นเกษตรกรดีกว่า” อิลุงกา กล่าวกับ Spurling