จากคอร์ตเทนนิสสู่สนามฟุตบอล: ชาร์ลส์ เดอ คาเตเลเร่อ เมื่อเทนนิสมีส่วนสำคัญในอาชีพนักฟุตบอล

เส้นทางของ ชาร์ลส์ เดอ คาเตเลเร่อ อาจไม่ได้เริ่มต้นด้วยการมีลูกฟุตบอลอยู่แทบเท้าตั้งแต่วันแรก เพราะก่อนจะตัดสินใจทุ่มเทให้กับฟุตบอลอย่างเต็มตัว แนวรุกทีมชาติเบลเยียมเคยมีความหลงใหลในกีฬาเทนนิส และได้รับการมองว่าเป็นหนึ่งในนักเทนนิสที่มีฝีมือโดดเด่นที่สุดในรุ่นเดียวกันของประเทศ

แม้สุดท้ายเขาจะเลือกเดินเข้าสู่โลกของฟุตบอล แต่ช่วงเวลาบนคอร์ตเทนนิสไม่ได้สูญเปล่า ตรงกันข้าม มันกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างวิธีคิด ความรับผิดชอบ และสภาพจิตใจ ซึ่งยังติดตัวเขามาจนถึงการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

คุณสมบัติเหล่านั้นกำลังปรากฏให้เห็นอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2026 เมื่อ เดอ คาเตเลเร่อ กลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วยให้เบลเยียมผ่านเข้าสู่รอบลึกของการแข่งขัน โดยเฉพาะในรอบน็อกเอาต์ที่เขาทำไปแล้ว 3 ประตู ทั้งการยิงสองประตูในเกมชนะสหรัฐอเมริกา 4-1 รอบ 16 ทีมสุดท้าย และอีกหนึ่งประตูในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศกับสเปน แม้สุดท้ายจะต้องตกรอบด้วยความพ่ายแพ้ต่อทัพกระทิงดุ 2-1 ก็ตาม

เทนนิสกับบทเรียนที่ไม่มีใครให้โยนความผิด

เดอ คาเตเลเร่อ เคยลงแข่งขันเทนนิสหลายรายการในวัยเด็กที่เบลเยียม และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่สามารถพัฒนาต่อไปได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เขาได้รับจากกีฬาชนิดนี้อาจไม่ใช่เพียงทักษะการเคลื่อนที่ ความคล่องตัว หรือการประสานงานระหว่างสายตากับร่างกาย หากเป็นเรื่องของความคิดและการยอมรับผลจากการตัดสินใจของตัวเอง

เจ้าตัวเคยอธิบายบทเรียนจากเทนนิสเอาไว้อย่างชัดเจนว่า

“ในกีฬาเทนนิส หากคุณทำผิดพลาด คุณไม่สามารถโยนความผิดให้คนอื่นได้”

ความแตกต่างสำคัญระหว่างกีฬาประเภทบุคคลกับฟุตบอลคือ เมื่อยืนอยู่เพียงลำพังบนคอร์ต นักกีฬาต้องรับผิดชอบกับทุกแต้มที่เสียไปด้วยตัวเอง ไม่มีเพื่อนร่วมทีมให้ตำหนิ และไม่มีพื้นที่ให้หลบซ่อนจากความผิดพลาด แนวคิดดังกล่าวช่วยหล่อหลอมให้ เดอ คาเตเลเร่อ เรียนรู้การทบทวนตัวเองและรับมือกับแรงกดดันตั้งแต่อายุยังน้อย

บุคคลสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เขาเลือกฟุตบอลอย่างจริงจังคือ เบียร์เกอร์ ฟาน เดอ เฟลเด แมวมองที่มองเห็นบางสิ่งพิเศษในตัวเขา และตัดสินใจเดินทางไปพูดคุยกับแม่ของนักเตะโดยตรง

“ผมคิดมาตลอดว่า ชาร์ลส์มีบางอย่างที่พิเศษในฐานะนักฟุตบอล ถึงขนาดที่ผมตรงไปหาแม่ของเขา ผมบอกให้เธอรู้ และเธอก็รับฟังผม”

การตัดสินใจในวันนั้นนำ เดอ คาเตเลเร่อ ออกจากคอร์ตเทนนิส มาสู่เส้นทางฟุตบอลอาชีพ แต่บทเรียนเกี่ยวกับความรับผิดชอบจากกีฬาเดิมยังคงอยู่ และอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาสามารถผ่านช่วงเวลายากลำบากในอาชีพมาได้

สองฤดูกาลโดดเด่นกับอตาลันต้า ก่อนผลงานตกลงในปีล่าสุด

ก่อนฟุตบอลโลกครั้งนี้ ผลงานระดับสโมสรของ เดอ คาเตเลเร่อ ในฤดูกาล 2025-26 ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่เขาเคยทำเอาไว้สองฤดูกาลก่อนหน้า เขาจบฤดูกาลเซเรีย อาด้วยผลงาน 3 ประตูและ 5 แอสซิสต์ จากการลงสนามเป็นตัวจริง 22 นัดและตัวสำรองอีก 4 นัด

อย่างไรก็ตาม ผลงานในปีล่าสุดไม่ควรทำให้ช่วงเวลาสองฤดูกาลก่อนหน้าถูกมองข้าม เพราะการย้ายจากเอซี มิลานมาอยู่กับอตาลันต้าในฤดูกาล 2023-24 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอาชีพ หลังจากเขาเคยเจอกับความยากลำบากและทำประตูในลีกไม่ได้เลยระหว่างอยู่กับมิลาน

ฤดูกาลแรกกับอตาลันต้า เดอ คาเตเลเร่อ ทำได้ถึง 14 ประตูและ 11 แอสซิสต์ จากการลงสนามทุกรายการ 51 นัด พร้อมมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก ซึ่งเป็นแชมป์รายการใหญ่ระดับทวีปครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ผลงานดังกล่าวทำให้อตาลันต้าตัดสินใจซื้อขาดเขาจากมิลานในช่วงซัมเมอร์ปี 2024

เขายังรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ในฤดูกาล 2024-25 ด้วยผลงาน 13 ประตูและ 12 แอสซิสต์ในทุกรายการ เท่ากับว่าสองฤดูกาลแรกภายใต้สีเสื้ออตาลันต้า เดอ คาเตเลเร่อ มีส่วนร่วมกับประตูรวมถึง 50 ครั้ง จากการยิง 27 ประตูและทำอีก 23 แอสซิสต์

ตัวเลขในฤดูกาลล่าสุดอาจลดลง แต่ฟุตบอลโลก 2026 กำลังเปิดพื้นที่ให้เขาแสดงให้เห็นอีกครั้งว่า คุณภาพยังอยู่และความมั่นใจเริ่มกลับมาอย่างเห็นได้ชัด รอดูว่าจะมียักใหญ่จากลีกไหนให้ความสนใจหรือไม่ในตลาดซัมเมอร์นี้