สืบจากประวัติศาสตร์ : ทำไมชุดเยือนของ แมนซิตี้ ถึงมีลาย “ผึ้ง” อยู่บนตัวเสื้อ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดตัวชุดเยือนชุดใหม่สำหรับสู้ศึกฤดูกาล 2026-27 ภายใต้แบรนด์ PUMA เช่นเดิม โดยได้ ฟิล โฟเด้น ลูกหม้อของสโมสรเป็นหนึ่งในนายแบบ

โดยเสื้อตัวนี้ใช้สีดำเป็นสีหลัก ตัดด้วยสีเหลืองบริเวณคอเสื้อ, ปลายแขน และสีสปอนเซอร์ แถมบนตัวเสื้อก็ยังมีลาย “ผึ้ง” ปรากฎอยู่เต็มตัวอีกด้วย

แล้วเพราะอะไร แมนฯ ซิตี้ ถึงได้นำลาย “ผึ้ง” มาอยู่บนเสื้อแข่งตัวนี้? ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่นี่

ทำไมเสื้อเยือนของ แมนซิตี้ ถึงมีลาย “ผึ้ง”

“ผึ้ง” ที่อยู่บนเสื้อของ แมนฯ ซิตี้ ไม่ใช่แค่ผึ้งธรรมดาทั่วไป แต่มันคือ “ผึ้งแห่งแมนเชสเตอร์” (Manchester bee) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองแมนเชสเตอร์มาอย่างยาวนาน

โดยเมืองได้นำตรา “ผึ้ง” มาใช้เป็นสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเมืองแมนเชสเตอร์ได้รับมอบตราประทับประจำเมืองในปี 1842 ซึ่งปรากฏเป็นรูปผึ้ง 7 ตัวประดับอยู่บนลูกโลกเหนือโล่ประจำเมือง

ผึ้ง โดยเฉพาะ “ผึ้งงาน” เป็นตัวแทนของความอุตสาหะ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และการทำงานหนักของเมืองแห่งนี้ ขณะที่ลูกโลกเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความสำคัญของแมนเชสเตอร์ในฐานะเมืองศูนย์กลางการค้าของโลก

ในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม แมนเชสเตอร์ถือเป็นผู้นำด้านการผลิตในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ภาพลักษณ์ของเมืองจึงถูกเปรียบเปรยกับผึ้งงานและความคึกคักของรังผึ้งที่เต็มไปด้วยผู้คนซึ่งทุ่มเททำงานกันอย่างหนัก

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยผลักดันให้แมนเชสเตอร์กลายเป็นเมืองทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจของภาคเหนือเท่านั้น แต่ยังส่งให้เมืองก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมระดับโลกในศตวรรษที่ 19 อีกด้วย

หากจะบอกก็คือเมืองแมนเชสเตอร์ถูกสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อแรงงานและสติปัญญาของคนธรรมดาสามัญ ไม่ว่าจะเป็นคนงานในโรงทอผ้า, วิศวกร, พ่อค้า, นักประดิษฐ์ และผู้ใช้แรงงาน

ซึ่งพลังแห่งความร่วมมือร่วมใจของพวกเขานี้เองที่ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของเมืองไปตลอดกาล เจ้าผึ้งตัวน้อยจึงกลายเป็นตัวแทนของความอุตสาหะ ความร่วมมือร่วมใจ และพลังแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ในหลาย ๆ มิติ ผึ้งสะท้อนถึงภาพจำและตัวตนของชาวแมนเชสเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ทั้งความขยันขันแข็ง, ความรักในอิสรภาพ, ความเป็นจริงเป็นจัง, ความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนความภาคภูมิใจอย่างล้นพ้นในรากเหง้าของชนชั้นแรงงาน

เมื่อเวลาผ่านไป สัญลักษณ์รูปผึ้งก็ยิ่งมีความโดดเด่นและเป็นที่พบเห็นได้ทั่วไปในเมืองแห่งนี้มากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ที่ได้นำรูปผึ้งงาน 3 ตัวมาไว้บนโลโก้ของมหาวิทยาลัย รวมไปถึงเสื้อแข้งของ แมนฯ ซิตี้

“เป้าหมายของชุดแข่งนี้คือการมอบเสื้อที่ช่วยให้นักเตะทำผลงานได้ในระดับสูงสุด พร้อมกับสะท้อนความหมายที่ลึกซึ้งต่อเมืองและแฟนบอล” โดมินิก กอเทียร์ รองประธานของ Puma กล่าว

“เราต้องการให้ทุกรายละเอียดสะท้อนถึงตัวตนของสโมสรและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง นี่คือเสื้อที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งขันในสนาม แต่ก็เหมาะสำหรับการสวมใส่อย่างภาคภูมิใจในทุกโอกาสนอกสนามเช่นกัน”

ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทีมเรือใบสีฟ้า นำผึ้งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองมาใช้บนเสื้อแข่งของพวกเขา โดยครั้งแรกต้องย้อนไปในฤดูกาล 2009-10 ที่เสื้อเยือนสีดำมีเส้นสีเหลืองตัดบริเวณหัวไหล่

ก่อนที่ต่อมาจะมีการนำโลโก้ผึ้งมาติดบนเสื้อแข่งในวาระสำคัญ ๆ อย่างเช่นแมตช์อุ่นเครื่องปรีซีซั่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2017 เพื่อไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากภัยก่อการร้านที่แมนเชสเตอร์ อารีน่าในเดือนพฤษภาคมที่ปีดังกล่าว ก่อนที่ภายหลังจะถูกนำไปประมูลเพื่อระดมทุนสมทบเข้ากองทุนฉุกเฉิน “We Love Manchester Emergency Fund”

“แมนเชสเตอร์เลือกผึ้งเพราะผึ้งเป็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่ขยันขันแข็ง แม้จะดูไม่สำคัญในแต่ละตัว แต่เมื่อรวมกันแล้วมันคือสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เราแข็งแกร่งขึ้นเมื่ออยู่ด้วยกัน” เว็บไซต์ Visit Manchester ระบุ