“เดี๋ยวผมจัดการเอง” ครบรอบ 25 ปีเบื้องหลังฟรีคิกประวัติศาสตร์ของ เดวิด เบ็คแฮม ใส่กรีซ

วันที่ 6 ตุลาคม 2001 กลายเป็นหนึ่งในคืนที่ถูกจดจำมากที่สุดของ เดวิด เบ็คแฮม กับทีมชาติอังกฤษ เมื่อฟรีคิกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเขาช่วยให้ “สิงโตคำราม” ไล่ตีเสมอกรีซ 2-2 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด พร้อมคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2002 รอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ

เวลาผ่านมา 25 ปี ประตูดังกล่าวยังคงถูกพูดถึงไม่ใช่เพียงเพราะความสวยงาม แต่รวมถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนที่เบ็คแฮมจะส่งบอลพุ่งเข้าไปสู่ก้นตาข่าย

ก่อนฟรีคิกที่เปลี่ยนทุกอย่าง

อังกฤษลงสนามเกมสุดท้ายของรอบคัดเลือกโดยรู้ว่าผลเสมอเพียงพอสำหรับการจบอันดับหนึ่งของกลุ่ม แต่เกมกลับไม่เป็นไปตามที่คาด เมื่อกรีซสร้างปัญหาและเป็นฝ่ายขึ้นนำถึงสองครั้ง

เท็ดดี้ เชอริงแฮม ซึ่งถูกส่งลงสนามในครึ่งหลัง ก่อนโหม่งตีเสมอ 1-1 แทบจะทันทีที่ลงมา เปิดเผยภายหลังว่าอังกฤษเล่นได้ไม่ดีนักในวันนั้น และเมื่อกรีซกลับมานำ 2-1 ความกดดันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ก่อนฟรีคิกสำคัญในช่วงท้าย เชอริงแฮมยังแซวเบ็คแฮมด้วยว่า เจ้าตัวลองยิงฟรีคิกมาแล้วหลายครั้งตลอดเกม ทั้งติดกำแพง ยิงข้าม และยิงเรียดไม่สำเร็จ พร้อมเสนอว่าจะขอยิงแทน เบ็คแฮม เอง

คำตอบที่ได้รับคือ

“พี่ยิงไม่ถึงจากตรงนี้หรอก เท็ด ปล่อยให้ผมจัดการเอง”

เชอริงแฮม ยอมรับว่าเขารู้ดีอยู่แล้วว่าเบ็คแฮมคือผู้เชี่ยวชาญด้านลูกตั้งเตะ หลังซ้อมฟรีคิกซ้ำแล้วซ้ำเล่าแทบทุกวัน และในช่วงเวลาที่ทีมต้องการมากที่สุด เขาก็ทำในสิ่งที่ถนัดได้สำเร็จ

เมื่อความกดดันกลายเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์

เบ็คแฮมวางบอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนปั่นด้วยเท้าขวาข้ามกำแพงและเสียบมุมบนอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยให้อังกฤษตีเสมอ 2-2 ในนาทีสุดท้าย

นิคอส ดาบิซาส กองหลังกรีซในเกมนั้น ยอมรับว่าแม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินให้ฟรีคิก แต่คุณภาพของการยิงนั้นแทบไม่มีอะไรให้โต้แย้ง

อดีตกองหลังรายนี้เรียกมันว่าเป็น “มาสเตอร์คลาส” ของการวางน้ำหนัก ทิศทาง และมุมยิง พร้อมยอมรับว่าเมื่อบอลพุ่งเข้าประตู นักเตะกรีซทำได้เพียงยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ด้าน มาร์ติน ไทเลอร์ ผู้บรรยายเกมในวันนั้น เล่าว่าเบ็คแฮมยิงฟรีคิกไปแล้วถึงห้าครั้งก่อนหน้านั้น และแต่ละครั้งเหมือนขยับเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะสำเร็จในครั้งที่สำคัญที่สุด

สำหรับเบ็คแฮม ประตูดังกล่าวยังมีความหมายมากกว่าการพาทีมไปฟุตบอลโลก เพราะมันเกิดขึ้นเพียงสามปีหลังเขากลายเป็นเป้าหมายของเสียงวิจารณ์ทั่วอังกฤษจากใบแดงในฟุตบอลโลก 1998

จากนักเตะที่เคยถูกตำหนิอย่างหนัก เขากลายเป็นกัปตันผู้ช่วยประเทศในช่วงเวลาสำคัญที่สุด และฟรีคิกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดก็กลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญที่สุดตลอดอาชีพของเขา