อนาคตเรอัล มาดริด? ดิโอมองเด ปีกจรวดจากแอฟริกา ที่มีค่าตัวทะลุ 140 ล้านยูโร

กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโลกลูกหนังเมื่อ เรอัล มาดริด คว้าตัว ยาน ดิโอมองเด จาก อาร์แบ ไลป์ซิก ด้วยค่าตัวสูงถึง 140 ล้านยูโร 

ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงทำให้ ดิโอมองเด กลายเป็นผู้เล่นจากแอฟริกาที่มีค่าตัวสูงสุดเท่านั้น แต่ยังทำให้เขาขึ้นไปรั้งอันดับ 4 นักเตะค่าตัวแพงสุดในโลก ตามหลังเพียงแค่ เนย์มาร์, คิลิยัน เอ็มบับเป และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค

อย่างไรก็ดี สิ่งที่หลายคนตั้งคำถามคือ ดิโอมองเด เพิ่งจะอายุ 19 ปีเท่านั้น และอยู่ในวงการฟุตบอลอาชีพมาแค่ 3 ปี

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ เรอัล มาดริด ยอมจ่ายขนาดนี้ ติดตามไปพร้อมกัน

แพงสุดในแอฟริกา 

นี่ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของ เรอัล มาดริด ในตลาดนักเตะหน้าร้อนนี้ เมื่อพวกเขาสามารถเบียดแซงได้ทั้ง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์ UCL 2 สมัย และ ลิเวอร์พูล คว้าตัว ยาน ดิโอมองเด มาด้วยค่าตัวสูงถึง 140 ล้านยูโร หรือราว 120 ล้านปอนด์ 

นี่เป็นตัวเลขที่มากกว่า มาดริด จ่ายให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (133 ล้านยูโร หรือราว 115 ล้านปอนด์) เพื่อดึงตัว จู๊ด เบลลิงแฮม มาร่วมทัพเมื่อปี 2023 

ขณะเดียวกัน มันยังทำให้เขากลายเป็นนักเตะแอฟริกาที่ค่าตัวแพงสุดในประวัติศาสตร์ ทำลายสถิติเดิมของ นิโกลาส์ เปเป้ แข้งรุ่นพี่ไอวอรี โคสต์ ตอนย้ายไปอาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 72 ล้านปอนด์แบบไม่เห็นฝุ่น  

อันที่จริง ก่อนหน้านี้ ดิโอมองเด เคยได้รับความสนใจจาก ลิเวอร์พูล ที่อยากได้ตัวไปแทนที่ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ที่อำลาทีมไป แต่ข้อเสนอ 69 ล้านปอนด์ของหงส์แดง ก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี เช่นเดียวกับกรณีของ เปเอสเช ที่เงิน 102.5 ล้านปอนด์ก็ยังไม่พอ 

การย้ายมาเล่นในถิ่นเบอร์นาเบว ทำให้ ดิโอมองเด กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 6 ภายใต้โค้ชใหม่หน้าเก่าอย่าง โชเซ มูรินโญ หลังได้ตัว แบร์นาโด ซิลวา, อิบราฮิมา โคนาเต, เดนเซล ดุมฟรีส์, มาร์ค กูกูเรยา และ คาร์ลอส เอสปี

“การย้ายมาเล่นให้ มาดริด เป็นเหมือนฝันในวัยเด็กเป็นจริงแล้ว ผมรู้สึกขอบคุณ อาร์แบ ไลป์ซิก ที่ทำให้การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นได้ ทั้งที่ผมยังมีสัญญาอยู่กับทีม” ดิโอมองเด กล่าว

ปีกวัย 19 ปีทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ ไลป์ซิก เมื่อซีซั่นที่แล้ว หลังทำไป 12 ประตูกับอีก 8 แอสซิสต์ ในลีกสูงสุดเยอรมัน จนได้รับตำแหน่งผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมบุนเดสลีกา 

ขณะที่ในนามทีมชาติ เขาเพิ่งจะประเดิมสนามให้ ไอวอรี โคสต์ เมื่อปี 2025 ก่อนจะกลายเป็นกำลังสำคัญให้บ้านเกิดในฟุตบอลโลก 2026 ลงเล่นครบทั้ง 4 เกม ก่อนจะพ่าย นอร์เวย์ ตกรอบ 32 ทีมสุดท้าย 

ทว่า แม้จะมีผลงานที่น่าสนใจ แต่เขาก็ถือเป็นผู้เล่นที่ประสบการณ์ยังน้อย แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ “ราชันชุดขาว” ยอมจ่ายขนาดนี้ 

ซื้ออนาคต ?

ราวกับเป็นความบังเอิญ เมื่อการประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ครั้งแรกของ ดิโอมองเด เกิดขึ้นในเกมพบกับ เรอัล มาดริด หลังถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองให้ เลกาเนส ในช่วง 4 นาทีสุดท้าย ในเกมลาลีกา ที่พ่ายต่อราชันชุดขาว 3-2 ที่เบอร์นาเบว เมื่อปี 2025 

18 เดือนก่อนหน้านั้น เขาย้ายมาเล่นให้ เลกาเนส แบบไม่มีค่าตัว หลังผ่านการฝึกฝนศาสตร์การเล่นฟุตบอลจากไอวอรี โคสต์ และมาต่อยอดกับ DME Academy หนึ่งในสถาบันกีฬาที่ดีที่สุดของสหรัฐฯ เป็นเวลา 2 ปี 

ดิโอมองเด อาจจะมีผลงานที่ไม่หวือหวา หลังทำไป 2 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ในซีซั่นแรกกับ เลกาเนส แต่นั่นเพียงพอที่จะทำให้ อาร์แบ ไลป์ซิก เห็นแววความเป็นยอดนักเตะของเขา และตัดสินใจควักกระเป๋าเป็นเงินสูงถึง 20 ล้านยูโร คว้าตัวมาร่วมทีมในฤดูกาล 2025/26 

ทั้งนี้ ไลป์ซิก ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาคิดไม่ผิด เมื่อ ปีกชาวไอวอรี โคสต์ ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมได้ทันที และทำไป 13 ประตูกับอีก 10 แอสซิสต์ในทุกรายการ  

จุดเด่นของ ดิโอมองเด คือความเร็วและการเลี้ยงบอล ขณะเดียวกันเขายังมีความคิดสร้างสรรค์ และอิทธิพลต่อเกมรุกที่ช่วยสร้างโอกาสหรือทำประตูให้ทีมได้บ่อยครั้ง 

นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ ที่เล่นในตำแหน่งปีกได้ทั้งสองฝั่ง ทั้งฝั่งซ้ายที่ใช้ทักษะเลี้ยงหนีคู่แข่ง ก่อนอาศัยความเร็วตัดเข้าในเพื่อจบสกอร์ด้วยขวา หรือฝั่งขวาที่ใช้ความเร็วและทักษะครอสบอลเปิดให้เพื่อนร่วมทีมทำประตู 

การมาถึงของ ดิโอมองเด จะช่วยเสริมเกมรุกให้ มาดริด น่ากลัวยิ่งขึ้น โดยเฉพาะริมเส้นทางฝั่งขวา ที่ โรดรีโก ต้องปิดเทอมยาวจากอาการบาดเจ็บที่เอ็นไขว้หน้าหัวเข่า 

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ทำให้ราชันชุดขาวยอมทุ่มเงินระดับ 140 ล้านยูโร คว้าตัวนักเตะวัยเพียง 19 ปีในครั้งนี้ คือความกล้าเล่นกล้าลุย และฝีเท้าที่โดดเด่นเกินวัยของเขา และมันก็เป็นมาตั้งแต่สมัยเยาวชนที่เล่นให้กับ DME Academy

“เขาแตกต่างออกไป” ทอด อีสัน ผู้อำนวยการฟุตบอลของ DME Academy กล่าวกับ The Athletic 

“ไม่ว่าจะเป็นความคิดที่รวดเร็ว ความสามารถเฉพาะตัว การสัมผัสบอล การวิ่งไปกับบอล เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เขาเล่นด้วยความนิ่งและคุมเกมได้ในทุกด้าน” 

นอกจากนี้ มันยังเป็นการซื้ออนาคตของ มาดริด เมื่อพวกเขาเป็นสโมสรที่มักจ่ายเงินมหาศาลเพื่อดึงตัวดาวรุ่งที่มองว่ามีศักยภาพจะเฉิดฉายในอนาคต 

ไม่ว่าจะเป็น เบลลิงแฮม ที่ย้ายมาตอนอายุ 19 ปี ด้วยค่าตัว 103 ล้านยูโร โอเลเรียง ชูอาเมนี ที่มีค่าตัว 80 ล้านยูโร ตอนอายุ 22 ปี ดีน เฮาจ์เซน ที่ย้ายมาตอนอายุ 20 ปีด้วยค่าตัว 59.5 ล้านยูโร ไปจนถึง เอนดริค, วินิซิอุส จูเนียร์ และ โรดรีโก ที่ดึงตัวมาตอนอายุ 18 ปีด้วยค่าตัว 45-47.5 ล้านยูโร เป็นต้น

นี่อาจเป็นหนึ่งในนโยบายของราชันชุดขาว ที่แม้ว่าช่วงหลังจะดร็อปลงไปบ้าง หลังไร้แชมป์ระดับเมเจอร์ติดมือใน 2 ฤดูกาลหลังสุด 

เชื่อว่าการเข้ามาของ ดิโอมองเด น่าจะทำให้พวกเขามีความน่ากลัวในเกมรุกมากขึ้น และสามารถต่อกรกับ บาร์เซโลนา ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ